
กนง.ลดดอกเบี้ยดีต่อหุ้นอสังหาฯ
ขณะนี้ตลาดกำลังคาดการณ์กันว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ จะมีการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% โดยลดจาก 2% เหลือ 1.75% ซึ่งสัญญาณนี้เห็นชัดจากตลาดตราสารหนี้มีการเก็งกำไรกันไปล่วงหน้าแล้วว่าจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้น 1 ปี และระยะยาว 10 ปี ปรับลดลงมาตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. 2557 กว่า 1 และ 0.33% ถือเป็นการปรับลดลงที่ค่อนข้างผิดปกติมาก
ขณะนี้ตลาดกำลังคาดการณ์กันว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ จะมีการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% โดยลดจาก 2% เหลือ 1.75% ซึ่งสัญญาณนี้เห็นชัดจากตลาดตราสารหนี้มีการเก็งกำไรกันไปล่วงหน้าแล้วว่าจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้น 1 ปี และระยะยาว 10 ปี ปรับลดลงมาตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. 2557 กว่า 1 และ 0.33% ถือเป็นการปรับลดลงที่ค่อนข้างผิดปกติมาก
ทั้งนี้ หาก กนง.มีการลดอัตราดอกเบี้ยลงมาจริงเชื่อว่าตลาดน่าจะตอบรับในเชิงบวกเป็นอย่างมาก สะท้อนจาก Earning Yield Gap ซึ่งเป็นผลต่างของ Earning Yield กับผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1 ปีเพิ่มขึ้นจาก 3.68% เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมาอยู่ที่ 3.75%
บล.เอเซีย พลัส ให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ “เท่ากับตลาด” และคาดว่าปี 2558 เป็นช่วงเก็บเกี่ยวดอกผลของหุ้นกลุ่มนี้เพราะกำไรของกลุ่มยังมีทิศทางดีต่อเนื่องในงวดไตรมาส 4 ต่อเนื่องปี 2558 เพราะเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการทยอยโอนงานในมือจากคอนโดมิเนียมระดับสูง ดังนั้นจึงแนะนำเลือกหุ้นที่มีกำไรเติบโตดีในปี 2558 สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และมีโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้น ได้แก่ หุ้นบริษัท ศุภาลัย (SPALI) และบริษัท พฤกษาเรียลเอสเตท (PS)
นอกจากนี้ ยอดขายของ 15 บริษัทที่ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ศึกษางวดไตรมาส 3 เติบโตก้าวกระโดดสู่ระดับ 7 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 23% จากไตรมาสก่อนหน้าและ 28% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา เพราะการเปิดโครงการใหม่จำนวนมากโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้าสายปัจจุบันและอนาคตที่มีอัตรายอดขายสูง
อย่างไรก็ตาม ทิศทางยอดขายไตรมาส 4คาดว่าจะปรับลดลงสู่ระดับปกติที่ 5-6 หมื่นล้านบาท เพราะเป็นช่วงไม่ใช่ฤดูกาลของการเปิดโครงการใหม่และผู้ประกอบการจะหันไปให้ความสำคัญกับการโอนแทน โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังมีทิศทางทรงตัวระดับต่ำ 2% ในช่วงที่เหลือของปีต่อเนื่องถึงปี 2558 จึงยังเอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์
ขณะที่ประเด็นเรื่องการจัดเก็บกฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคาดว่าจะมีผลกระทบต่อบริษัทพัฒนาอสังหาฯ น้อย เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีนโยบายพัฒนาโครงการทันทีหลังจัดหาที่ดินได้ แต่อาจจะส่งผลดีในด้านการจัดหาที่ดินในราคาที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น เพราะที่ดินจะมีมากขึ้นหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้
ขณะที่ความต้องการในการเก็งกำไรจะลดลงปี 2558 คาดกำไรโต 14% จากปีนี้โต 29% กำไรปกติงวดไตรมาส 3 ของ 15 บริษัทในกลุ่มอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท เติบโต 36% จากไตรมาสก่อนหน้าและ 53% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากยอดโอนทั้งสินค้าแนวราบและคอนโดมิเนียมปรับเพิ่มขึ้น
สำหรับทิศทางไตรมาส 4 คาดว่าจะเป็นจุดสูงสุดของปี เพราะเป็นช่วงที่มีผู้ประกอบการเร่งโอนคอนโดมิเนียมสูงสุดของปี ทั้ง PS, SPALI, บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) บริษัท แสนสิริ (SIRI) บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) ฯลฯ
ทั้งนี้ ในภาพรวมปี 2557 คาดกำไรของกลุ่มเติบโต 29% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาที่ 3.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดงานในมือ ณ สิ้นไตรมาส 3 จำนวน 2.62 แสนล้านบาท (สัดส่วนแนวราบ 11% และคอนโดมิเนียม 89%) ซึ่งจะมีกำหนดส่งมอบในปี 2558 ไม่ต่ำกว่า 1.2 แสนล้านบาท หนุนให้กำไรยังเติบโตต่อระดับ 14% มาที่ 4 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากภาระหนี้สินภาคครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 8.99 ล้านล้านบาท เป็น 9.8 ล้านล้านบาท ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นสัดส่วน 82% ของอัตราเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สูงสุดในรอบ 9 ปี ในปี 2558
บล.เอเซีย พลัส เลือก SPALI, PS และบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) (AP) และเลือกลงทุนในหุ้นที่มีกำไรเติบโตดีในปี 2558 และมีโอกาสราคาปรับขึ้น ได้แก่ SPALI ในราคาเหมาะสมที่ 31.9 บาท PS ให้ราคาเหมาะสมที่ 40.52 และ AP ให้ราคาเหมาะสมที่ 8.1 บาท
ด้าน บล.เคเคเทรด แนะซื้อหุ้น PS มีปัจจัยบวกจากงานในมือปัจจุบันที่ 3.8 หมื่นล้านบาท ที่จะทยอยบันทึกเป็นรายได้ในไตรมาส 4 นี้ 1.2 หมื่นล้านบาท มีผลทำให้คาดว่าไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่มีผลประกอบการเติบโตมากสุดของปี







