
ค้าออนไลน์อาเซียนพุ่งแรง
พฤติกรรมช็อปเปลี่ยนส่งอีคอมเมิร์ซอินโดนีเซียโตเร็ว คนแห่ลงทุน
พฤติกรรมช็อปเปลี่ยนส่งอีคอมเมิร์ซอินโดนีเซียโตเร็ว คนแห่ลงทุน
ธนาคารยูบีเอส เปิดเผยว่า ตลาดธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบธุรกิจต่อลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตขึ้นอย่างน้อย 5 เท่า ภายในปี 2020 ซึ่งอาจมีมูลค่าถึง 3.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (ราว 1.12 ล้านล้านบาท) โดยประเทศที่มีโอกาสเติบโตในตลาดดังกล่าว นอกเหนือจากไทยและฟิลิปปินส์ ได้แก่ อินโดนีเซีย
ดาเนียล ทูมิวา หัวหน้าสมาคมอีคอมเมิร์ซอินโดนีเซีย ระบุว่า อินโดนีเซียจะกลายเป็นผู้นำภูมิภาคในอนาคต เนื่องจากอินโดนีเซียมีการเติบโตอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยจากข้อมูลของทางสถาบันเรดวิง ผู้ให้บริการข้อมูลโทรคมนาคม ระบุว่า อินโดนีเซียจะมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตถึง 125 ล้านคนในปี 2015 มากขึ้นกว่าปี 2012 ที่อยู่ที่ 55 ล้านคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนชั้นกลางเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว
“ตลาดอีคอมเมิร์ซมีโอกาสสูง โดยคนชั้นกลางเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนตลาด” ทูมิวา กล่าว
ทูมิวา เปิดเผยว่า ใน 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดออนไลน์ของอินโดนีเซียมีการลงทุนเพิ่มขึ้นจนรู้สึกได้ เช่น เว็บไซต์โทโคพีเดีย ซึ่งเป็นตลาดสินค้าที่อนุญาตให้ผู้ใช้สร้างร้านค้าออนไลน์ของตนเองได้ และเว็บไซต์รูปแบบดังกล่าวหลายแห่งอย่างลาซาดา จากสิงคโปร์ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เว็บไซต์ในลักษณะดังกล่าวได้รับความนิยมขนาดไหน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินโดนีเซียได้ออกกฎห้ามนักลงทุนต่างชาติลงทุนในอีคอมเมิร์ซของอินโดนีเซีย รวมถึงธุรกิจรายย่อยในอินโดนีเซียยังเข้าถึงแหล่งเงินทุนเริ่มต้นได้ยาก ซึ่งกลายเป็นความท้าทายแก่ธุรกิจเหล่านั้น โดยรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ได้ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนในภาคส่วนดังกล่าว
ทั้งนี้ ตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น โดยจากข้อมูลของธนาคารยูบีเอส ระบุว่า อีคอมเมิร์ซคิดเป็นเพียง 0.2% ของการค้าปลีกในภูมิภาคเท่านั้น เมื่อเทียบกับ 8% ของจีน และ 8.7% ของสหรัฐ
กู่อี้ลิม จากบริษัท มองค์สฮิวเวนเจอร์ส บริษัทร่วมทุนธุรกิจเกิดใหม่ กล่าวว่า รัฐบาลจีนเองก็จำกัดไม่ให้ต่างชาติเข้าลงทุนในกิจการอีคอมเมิร์ซของประเทศเช่นเดียวกับอินโดนีเซีย
“ผู้คนจะหาทางอยู่ร่วมกับข้อจำกัดนั้น หรือใช้ประโยชน์จากตรงนั้นได้” กู่อี้ลิม กล่าว







