
ปั้นศรีราชาเทียบชั้นฮอกไกโด
“เดอะ ซี” เร่งเจาะนักลงทุนไทย ซื้อปล่อยเช่าญี่ปุ่น หวังปั้นศรีราชาเทียบชั้นเกาะฮอกไกโด
“เดอะ ซี” เร่งเจาะนักลงทุนไทย ซื้อปล่อยเช่าญี่ปุ่น หวังปั้นศรีราชาเทียบชั้นเกาะฮอกไกโด
นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวลธ์ ดีเวลลอปเปอร์ เปิดเผยว่า ทำเลย่านศรีราชา จ.ชลบุรี กลายเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมจากชาวญี่ปุ่นมาก เพราะเป็นบริเวณที่ใกล้กับแหล่งงานที่ชาวญี่ปุ่นในไทยทำงานอยู่ และยังเป็นบริเวณที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัยครบ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเกาะฮอกไกโด ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยย่านนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวทำให้การทำตลาดให้กับโครงการเดอะ ซี ศรีราชา ของบริษัทจะเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักลงทุนคนไทยเพื่อซื้อปล่อยเช่าให้กับคนญี่ปุ่น ที่ทำงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง นิคมฯ 304 กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี หรือแหล่งงานอื่นๆ ในย่านนี้
“ความต้องการที่อยู่อาศัยย่านนี้สูงมาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อัตราค่าเช่าคอนโดมิเนียมบนถนนเส้นนี้สูงเท่าไรก็ถูกเช่าเต็มหมด โดยปัจจุบันอัตราค่าเช่าคอนโดมิเนียมย่านศรีราชาอยู่ที่ประมาณ 850-950 บาท/ตร.ม./เดือน ใกล้เคียงกับอัตราค่าเช่าใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ย่านอโศก หรือซอยทองหล่อ” นางวันเพ็ญ กล่าว
สำหรับโครงการเดอะ ซี ศรีราชา ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ห่างจากเมืองพัทยา จ.ชลบุรี 30 กิโลเมตร เป็นอาคารสูง 39 ชั้น มีด้วยกัน 585 ยูนิต ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นตั้งแต่ 3-10 ล้านบาท หรือ ตร.ม.ละ 7 หมื่น-1.2 แสนบาท คิดเป็นมูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดจองแล้ว 60%
นางวันเพ็ญ กล่าวว่า อีกหนึ่งไฮไลต์ของโครงการคือ การจำลองออนเซนจากเมืองฮอกไกโด มาเป็นอีกหนึ่งจุดขายเพื่อดึงดูดความสนใจผู้อยู่อาศัยชาวญี่ปุ่นอีกด้วย รวมถึงการดูแลหลังการขายยังเป็นอีกปัจจัยที่กลุ่มผู้อยู่อาศัยชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญ ซึ่งบริษัทเตรียมทีมดูแลหลังการขยายไว้รองรับความต้องการในส่วนของลูกค้าและสู้กับคู่แข่งในย่านเดียวกันได้
พร้อมกันนี้ ยังประเมินว่าตลาดคอนโดมิเนียมในศรีราชายังมีโอกาสขยายตัวเพิ่มมากขึ้น จากแนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัยของชาวญี่ปุ่นในศรีราชาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการขยายฐานการลงทุนของกลุ่มทุนญี่ปุ่นในนิคมอุตสาหกรรมย่านนี้
ขณะที่ภาพรวมกลุ่มผู้เช่าชาวญี่ปุ่นในหลายจังหวัดของไทยมีโอกาสที่จะขยายตัวเช่นกัน โดยเฉพาะจังหวัดที่มีแหล่งงาน มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จากปัจจัยเรื่องการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุน และดึงนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงกลุ่มนักลงทุนชาวญี่ปุ่นเข้ามาในไทยมากขึ้น







