
คมนาคมชงประจินสร้างนิคมอุตฯอากาศยาน
“คมนาคม” ชงประจิน เคาะพื้นที่สร้างนิคมอุตสาหกรรมอากาศยาน คาดสรุปธ.ค.นี้
“คมนาคม” ชงประจิน เคาะพื้นที่สร้างนิคมอุตสาหกรรมอากาศยาน คาดสรุปธ.ค.นี้
นายวรเดช หาญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมการขับเคลื่อนการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานและศูนย์ซ่อมอากาศยานว่า ที่ประชุมมีมติให้ภายในนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานและศูนย์ซ่อมอากาศยานเป็นศูนย์รับซ่อมครบวงจร โดยเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงขนาดใหญ่ (เอ็มอาร์โอ) ที่รับซ่อมเครื่องบิน และงานซ่อมบำรุงอะไหล่ชิ้นส่วนเครื่องบิน (โออีเอ็ม) พร้อมกับให้บริการโรงจอดเครื่องบิน (แฮงก้า) สำหรับรอซ่อมบำรุงตลอดจนให้บริการทดสอบการบินหลังจากการซ่อมบำรุง โดยข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวจะนำเสนอให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคมพิจารณาเห็นชอบในวันนี้
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากนี้จะให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปศึกษาพื้นที่ที่จะทำการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานและศูนย์ซ่อมอากาศยาน ซึ่งได้กำหนดไว้ 2 พื้นที่ ท่าอากาศยานจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งต้องไปดูเรื่องข้อกฎหมายว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนผังเมืองจากพื้นที่สีเขียวให้เป็นพื้นที่สีม่วงได้หรือไม่เพื่อรองรับการสร้างนิคมอุตสาหกรรม ส่วนพื้นที่แห่งที่ 2 เป็นสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นสนามบินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติให้สร้างที่อู่ตะเภาก็จะต้องไปเจรจาเพื่อขอใช้พื้นที่กับกองทัพเรือ โดยในพื้นที่อู่ตะเภาอาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องขอการทดสอบการบินเพราะเป็นพื้นที่ทหาร ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะทำให้ผู้ประกอบการไม่สนใจมาลงทุนในพื้นที่อู่ตะเภา
นอกจากนี้ แล้วยังได้มีพื้นที่สำรองเพื่อทำการศึกษาในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานฯไว้เป็นทางเลือกที่ 3 ไว้ 3 แห่ง เช่น ที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ท่าอากาศยานเพชรบูรณ์ และท่าอากาศยานตาก โดยสนข.ยังต้องไปศึกษาดูรายละเอียดปริมาณความต้องการใช้บริการในการซ่อมเครื่องบินทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยปัจจุบันในประเทศมีความต้องการในการซ่อมเครื่องบินกว่า 200 ลำ และภายหลังจากทำการศึกษาพื้นที่ และปริมาณความต้องการซ่อมเครื่องบิน ของ สนข. เสร็จคาดว่าจะสามารถเสนอต่อ รมว.คมนาคมพิจารณาได้ภายในเดือนธ.ค. 2557 นี้
นายวรเดช กล่าวต่อว่า หากมีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานและศูนย์ซ่อมอากาศยานแบบครบวงจรนั้นเชื่อว่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่สำคัญของการเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากปัจจุบันศูนย์ซ่อมเครื่องบินของประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่ไม่เพียงพอรองรับปริมาณเครื่องบินที่เข้ามาจอดซ่อม ส่วนศูนย์ซ่อมของประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย เป็นเพียงศูนย์ซ่อมอะไหล่ ชิ้นส่วนเครื่องบินเท่านั้น
ทั้งนี้ ด้านการลงทุนปัจจุบันนั้นมีหลายบริษัทให้ความสนใจในการเข้ามาลงทุนสร้างศูนย์ซ่อมไม่ว่าเป็น บริษัท โรลส์-รอยซ์ บริษัท จีอี บริษัท การบินไทย เนื่องจากบริษัทที่ประกอบธุรกิจซ่อมและประกอบเครื่องบินในนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานฯ จะได้สิทธิพิเศษในการยกเว้นภาษีรายได้นิติบุคคล 5-8% และยกเว้นภาษีสำหรับการนำเข้าอุปกรณ์ อะไหล่ชิ้นส่วนเครื่องบิน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)







