
สำเนียง
เรื่องหนึ่งที่ผมเชื่อว่าทุกท่านจะ “ต้องได้ยิน” จากวิทยากรบนเวทีสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียน คือเรื่อง “ภาษา”
เรื่องหนึ่งที่ผมเชื่อว่าทุกท่านจะ “ต้องได้ยิน” จากวิทยากรบนเวทีสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียน คือเรื่อง “ภาษา”
วิทยากรจะพร่ำบอกซ้ำๆ ว่า ภาษาคือสิ่งจำเป็นในการเจรจาธุรกิจ ภาษาคือสิ่งจำเป็นในการเชื่อมโยงวัฒนธรรม ภาษาคือสิ่งสำคัญที่ทำให้เราอาเซียนสื่อสารกันรู้เรื่อง บอกวนไปวนมาประมาณนี้ จนผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะก้าวขึ้นมาเป็นวิทยากรพูดเรื่องความสำคัญของภาษาในเวทีต่อๆ ไปได้แล้ว
การฟังเรื่องความสำคัญของภาษาบ่อยครั้ง อาจทำให้หลายท่านตั้งคำถามว่า “มันสำคัญขนาดต้องพูดกันทุกเวทีเลยหรือ” วันนี้จึงอยากจะยกตัวอย่างเรื่องผู้นำชาติอาเซียนชาติหนึ่งที่เพิ่งโดนประชาชนของตัวเองต่อว่าต่อขานยกใหญ่เรื่องภาษาอังกฤษเมื่อไม่นานมานี้
นักข่าวคนหนึ่งของสำนักข่าวจาการ์ตาโพสต์ รายงานว่า ในโซเชียลมีเดียของเขามีการโต้เถียงกัน “รัวๆ” จำนวนมาก เรื่อง “สำเนียง” ภาษาอังกฤษของ โจโก วิโดโด หรือ โจโกวี ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เนื่องจากได้ฟังสำเนียงภาษาอังกฤษที่ชวนแปร่งหูในการนำเสนอบนเวทีประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC)
ชาวเน็ตเปรียบเทียบโจโกวีกับทั้งอดีตผู้นำซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน และอดีตคู่แข่งชิงประธานาธิบดีอย่างปราโบโว สุเบียนโต ว่าทักษะภาษาอังกฤษของทั้งสองต่างหาก คือทักษะภาษาอังกฤษที่ระดับผู้นำประเทศควรจะมี
นักข่าวคนนั้นเล่าว่า จริงๆ ตัวเขาเองก็ประสบปัญหาเรื่องสำเนียงภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน เนื่องจากเขาเป็นชาวสุราบายา ทำให้เขามีสำเนียงชวาติดตัว เวลาพูดภาษาอังกฤษจึงมักมีสำเนียงแปร่งๆ และโดนต่อว่าต่อขานเป็นประจำ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับโจโกวีครั้งนี้ น่าจะเป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่าชาวอินโดนีเซียจำนวนหนึ่งมีลักษณะการเหยียดสำเนียงภาษา
เขาเปรียบเทียบว่า จริงๆ ทั้งยูโดโยโนและสุเบียนโต มีโอกาสไปเรียนสหรัฐอเมริกา แถมสุเบียนโตยังเคยเรียนระยะสั้นในอังกฤษด้วย ดังนั้นการมีทักษะภาษาอังกฤษดีไม่ใช่เรื่องแปลก ในทางตรงกันข้าม โจโกวีเติบโตในอินโดนีเซีย ไม่เคยไปเรียนต่างประเทศ หลายพื้นที่ของอินโดนีเซียยังมีข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงการเรียนภาษา ตัวโจโกวีเองมาเริ่มพูดอังกฤษได้ตอนอยู่ในธุรกิจเฟอร์นิเจอร์
นักข่าวคนนั้นย้ำว่า ชาวอินโดนีเซียควรจะเปิดใจให้กว้างกับสำเนียงที่หลากหลายมากขึ้น ชาวอินโดนีเซียที่ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสอาจใช้ภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ มีสำเนียงเป็นของตัวเอง แบบชาวอินเดียหรือสิงคโปร์
จริงๆ ตัวผมเองค่อนข้างเชื่อครับว่า ภาษาเป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารในยุคประชาคมอาเซียน แต่ก็อดเห็นด้วยกับนักข่าวคนดังกล่าวไม่ได้ว่า สำเนียงและความลึกของภาษาไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด ความสำคัญของภาษาคือการสื่อสารกันรู้เรื่อง หากคงสำเนียงเอาไว้ได้ ก็คงช่วยรักษาอัตลักษณ์ของชาตินั้นไว้ได้ไม่น้อย เหมือนภาษาถิ่นที่เราไม่ควรเอามาเหยียดกัน เราควรจะดูแก่นแท้ความสามารถและการทำหน้าที่ของคนคนนั้นมากกว่า
อย่างไรก็ดี หากทุกท่านมีโอกาสเข้าถึงการฝึกทักษะทางภาษาที่ดี ก็ฝึกไปให้เต็มที่เถอะครับ
เพราะความสำคัญอีกอย่างหนึ่งของภาษาก็คือ เพื่อไม่ให้คนที่ถนัดวิจารณ์คนแค่เปลือกนอกเอาเราไปวิจารณ์นั่นเองครับ







