
ตลท.ปัดฝุ่น‘T+2’
“เกศรา” ปัดฝุ่นศึกษาใช้ T+2 ไล่สิงคโปร์ใช้ปี 2559 ตั้งเป้าหมายปี 2563 เห็นมาร์เก็ตแคปโตเท่าตัว
“เกศรา” ปัดฝุ่นศึกษาใช้ T+2 ไล่สิงคโปร์ใช้ปี 2559 ตั้งเป้าหมายปี 2563 เห็นมาร์เก็ตแคปโตเท่าตัว
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.ได้กำหนดเป้าหมายภายในปี 2563 จะให้มีมูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ของตลาดหุ้นไทยแตะระดับ 30 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากปัจจุบันเกือบ 15 ล้านล้านบาท โดยจะมาจากการที่มีหุ้นเข้าใหม่ บริษัทต่างประเทศเข้าจดทะเบียน และระดับราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น จะเป็นตัวผลักดันให้เป็นไปตามเป้าหมาย
นอกจากนี้ ยังคาดว่ามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันจะแตะระดับ 1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นอีก 5.6 หมื่นล้านบาท จากปี 2557 การซื้อขายเฉลี่ยต่อวันคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 4.4 หมื่นล้านบาท และจำนวนสัญญาซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) คาดว่าจะขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.5 แสนสัญญา/วัน จากปีนี้น่าจะอยู่ที่ 1.4 แสนสัญญา/วัน
สำหรับแผนงานในปี 2558 ตลท.ตั้งเป้าหมายเพิ่มมาร์เก็ตแคปจากหุ้นเข้าใหม่ทั้งใน ตลท. และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รวม 2.5 แสนล้านบาท และในแง่ของมูลค่าการระดมทุนจะมีจำนวน 1.3 แสนล้านบาท ซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของทั้งสองตลาดรวมกันอยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท และจำนวนสัญญาซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ TFEX จะอยู่ที่ 1.9 แสนสัญญา
นางเกศรา กล่าวว่า ด้านผู้ลงทุนรายใหม่ คาดหวังว่าจะเพิ่มอีก 9.5 หมื่นรายในปี 2558 โดย 9 เดือนแรกของปีนี้ทำได้ 8.2 หมื่นราย สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อต้นปีจะเพิ่มจำนวนผู้ลงทุนหน้าใหม่ 8 หมื่นราย
ขณะเดียวกัน ตลท.จะพิจารณาเรื่องการชำระราคาและส่งมอบภายใน 2 วันทำการ (T+2) ขึ้นมาศึกษา โดยจะพยายามให้ได้ข้อสรุปภายในปี 2558 สาเหตุที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา เพราะต้องการให้การบริการของ ตลท.ได้ระดับมาตรฐานสากล พบว่าตลาดหุ้นทางยุโรปจะประกาศใช้ T+2 ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2558 ขณะที่ทางตลาดหุ้นสิงคโปร์ได้ประกาศว่าจะเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2559
ทั้งนี้ T+2 มีข้อดีคือทำให้ผู้ลงทุนได้รับเงินเร็วขึ้น แต่ขณะเดียวกันเวลาจ่ายเงินก็จะจ่ายเร็วขึ้นอีกเช่นกัน ซึ่งจะทำให้รอบของการลงทุนเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวทาง ตลท.มีแนวคิดศึกษาจะทำมานานหลายปีแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากจะติดปัญหาเรื่องขอบเขตเวลา (ไทม์โซน) ในส่วนของผู้ลงทุนต่างประเทศ ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการยืนยันคำสั่งซื้อขาย ได้กลายเป็นข้อจำกัดในการใช้ T+2 แต่ในส่วนของผู้ลงทุนในประเทศไม่มีปัญหา
“ปี 2558 ตลท.จะก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 5 ต้องการจะมุ่ง Digital Exchange โดยใช้ดิจิทัล ไอพีโอ ครอบคลุมทุกสินค้า ใช้ระบบออนไลน์เพิ่มประสิทธิภาพการรับและเผยแพร่ข้อมูล ปรับปรุงบริการลูกค้าเป็นออนไลน์ เซอร์วิส และเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ T+2” นางเกศรา กล่าว
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า 11 เดือนแรกของปีนี้มีหุ้นเข้าใหม่รวมกัน 11 บริษัท และตลอดทั้งปีจะมีจำนวน 47 บริษัท โดยในเดือน ธ.ค. มีอีก 7 บริษัท เตรียมเข้าซื้อขายแบ่งเป็นเข้า ตลท. 1 บริษัท เอ็ม เอ ไอ 2 บริษัท และกองทรัสต์เพื่อการลงทุน (REIT) อีก 4 กอง รวมแล้วจะมีมาร์เก็ตแคปหุ้นเข้าใหม่ปีนี้ประมาณ 3.5 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกัน ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ระหว่างพิจารณาร่างเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ต่างประเทศเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดแรก (ไพรเมอร์รี ลิสติ้ง) น่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปี 2558 ซึ่งน่าจะมีบริษัทเข้าข่ายเกณฑ์เหล่านี้มาเพิ่มมากขึ้น







