posttoday
เปิดวิสัยทัศน์ ‘เชอิตะ คานาอิ’ มาสด้า ซูม-ซูม อย่างยั่งยืน

เปิดวิสัยทัศน์ ‘เชอิตะ คานาอิ’ มาสด้า ซูม-ซูม อย่างยั่งยืน

03 ธันวาคม 2557

ประเทศไทยถูกเลือกให้เป็นประเทศที่ได้เปิดตัว “มาสด้า 2” ซีดาน 4 ประตู ครั้งแรกของโลก โดย เชอิตะ คานาอิ ประธานคณะกรรมการ บริษัท มาสด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางมาร่วมเปิดตัวพร้อมแสดงวิสัยทัศน์ของ “มาสด้า” ที่ตั้งเป้าหมายด้วยวิวัฒนาการของ “ความซูม-ซูม อย่างยั่งยืน” ซึ่งมอบความสนุกสนานในการขับขี่ และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงความปลอดภัยเป็นเลิศ พร้อมปรับปรุงอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในผลิตภัณฑ์เฉลี่ยลง 30%

ประเทศไทยถูกเลือกให้เป็นประเทศที่ได้เปิดตัว “มาสด้า 2” ซีดาน 4 ประตู ครั้งแรกของโลก โดย เชอิตะ คานาอิ ประธานคณะกรรมการ บริษัท มาสด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางมาร่วมเปิดตัวพร้อมแสดงวิสัยทัศน์ของ “มาสด้า” ที่ตั้งเป้าหมายด้วยวิวัฒนาการของ “ความซูม-ซูม อย่างยั่งยืน” ซึ่งมอบความสนุกสนานในการขับขี่ และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงความปลอดภัยเป็นเลิศ พร้อมปรับปรุงอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในผลิตภัณฑ์เฉลี่ยลง 30%

 นอกจากนั้น มาสด้าจะมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานเครื่องยนต์สันดาปภายในด้วย “สกายแอคทีฟ เทคโนโลยี” ต่อไป เนื่องจากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ระยะยาว 2558-2563 เทคโนโลยีเครื่องยนต์ชนิดอื่น อาทิ ไฮบริด ไฟฟ้า ไฮโดรเจน จะมีจุดจำกัดในอนาคต ซึ่งบริษัทมั่นใจว่า แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีของบริษัทจะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ด้วยความ ประหยัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย และสนุกสนาน

ขณะที่ตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังมีจุดยืนอย่างชัดเจนในการสร้างความแตกต่างจากแบรนด์รถญี่ปุ่นทั่วไป ในทิศทางแห่งความเป็นยุโรปผสมผสาน ซึ่งปัจจุบันในบางเรื่องได้พัฒนาไปแล้วเกินระดับ 120% แต่ขณะที่บางเรื่องพัฒนาไปเพียง 90% ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่อง

“สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทในเวลานี้ คือ สามารถเคลมได้ว่าเครื่องยนต์สันดาปภายในของมาสด้าถือได้ว่าเป็นเบอร์ 1 ของโลก”

สำหรับยอดขายของมาสด้าทั่วโลกในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.2 ล้านคัน ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.42 ล้านคัน สำหรับประเทศไทยถือได้ว่ามีความสำคัญ ต่อมาสด้า ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญดังกล่าว ด้วยการเปิดสายพานการผลิตรถยนต์ในรุ่น “มาสด้า 2” รถยนต์ในโครงการอีโคคาร์เฟส 2 ที่โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) ด้วยเงินลงทุนมูลค่า 1.29 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นไลน์ผลิตอีโคคาร์ 9,700 ล้านบาท และโรงงานผลิตเครื่องยนต์และชิ้นส่วนผลิตสำคัญ 2,900 ล้านบาท ส่งผลให้กำลังการผลิตสูงสุดของรถยนต์มาสด้า 2 ในโรงงานดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 แสนคัน จากเดิม 5 หมื่นคัน พร้อมเริ่มการผลิตเครื่องยนต์ในการลงทุนใหม่ได้ภายในปี 2558

“ประเทศไทยเปรียบเสมือนเป็นบ้านที่ 2 ของมาสด้า นอกประเทศญี่ปุ่นในการเป็นฐานการผลิต ถึงแม้ด้านยอดขายในระดับโลกจะอยู่ที่อันดับ 4 รองจากสหรัฐ ยุโรป ออสเตรเลีย ส่วนในเอเชียไทยอยู่อันดับที่ 3 ก็ตาม ซึ่งแนวโน้มการเติบโตในอนาคตของประเทศไทยมีการเติบโตที่ชัดเจนในระยะยาว ซึ่งผลวิจัยจากบริษัทวิจัยระดับโลก ‘ยูโรมอนิเตอร์’ ที่ได้มีการคาดการณ์รายได้ประชากรของประเทศไทยมี
แนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากปัจจุบันในปี 2568”

มาสด้ายังอยู่ระหว่างการศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ของประเทศไทยที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2559 เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่หลังจากนี้ โดยหลังการเปิดตัวเทคโนโลยี “สกายแอคทีฟ” ในรถยนต์ มาสด้า ซีเอ็กซ์-5, มาสด้า 3 และมาสด้า 2 สำหรับประเทศไทย ถือได้ว่าเกือบครบไลน์เครื่องยนต์ของเทคโนโลยีดังกล่าว ขาดแต่เพียงเครื่องยนต์ สกายแอคทีฟ ซีเอ็นจี ที่เป็นพลังงานทางเลือกและเปิดตัวเทคโนโลยีดังกล่าวไปแล้วในต่างประเทศ แต่เบื้องต้นยังไม่มีนโยบายทำตลาดในประเทศไทย

ด้านการต่อยอดผลิตภัณฑ์รถกระบะ มาสด้า บีที-50 ที่จะพัฒนาขึ้นเป็นรถกระบะดัดแปลง (พีพีวี) มาสด้าก็ยืนยันว่าจะไม่ทำตลาดในประเทศไทยแน่นอน เนื่องจากอัตราโครงสร้างภาษีหลังการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ไม่เอื้อประโยชน์ต่อรถยนต์ประเภทดังกล่าว รวมทั้งแนวโน้มความต้องการและการเติบโตของรถยนต์ประเภทรถอเนกประสงค์ (เอสยูวี) มีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย

ทั้งหมดนี้เป็นวิสัยทัศน์และแนวทางการดำเนินธุรกิจของมาสด้าในระดับโลกและในประเทศไทย ซึ่ง เชอิตะ ได้ทิ้งท้ายไว้อีกด้วยว่า “มาสด้าไม่ได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อคนรุ่นนี้ แต่พัฒนาและผลิตเพื่อคนรุ่นหลัง”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท