
พัฒนาข้าวกัมพูชา
เกษตรกรเป็นอาชีพหลักของคนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง เกือบทุกประเทศแถบนี้เป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญที่ป้อนผลผลิตสู่ตลาดโลก
เกษตรกรเป็นอาชีพหลักของคนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง เกือบทุกประเทศแถบนี้เป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญที่ป้อนผลผลิตสู่ตลาดโลก
ขณะที่ไทยยังสับสนอยู่กับนโยบายการช่วยเหลือชาวนา ประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ได้พยายามจะพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพ เพื่อให้ข้าวแข่งขันได้ในตลาดโลก
ซอง ซารัน ประธานบริษัท Amru Rice โรงสีข้าวในกัมพูชา กล่าวว่า นโยบายด้านข้าวของไทยส่งผลต่อราคาข้าวในตลาดโลกซึ่งข้าวกัมพูชาก็ได้รับผลกระทบด้วย ช่วงที่ข้าวไทยราคาตกต่ำ ข้าวกัมพูชาจะราคาลดลงเช่นกัน ทำให้ชาวนามีรายได้ลดลงกว่า 15% เช่นเดียวกับธุรกิจโรงสีที่บางช่วงต้องขาดทุนหนัก ซึ่งล้วนเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากการดำเนินนโยบายของไทย
ในตลาดโลกต้องยอมรับว่าขีดความสามารถการแข่งขันข้าวกัมพูชายังต่ำกว่าไทยมาก ทำให้ทั้งเกษตรกรและโรงสีต้องร่วมมือกันพัฒนาข้าวให้มีคุณภาพดี หาตลาดที่ไม่แข่งขันกับข้าวไทยโดยตรง ซึ่งปัจจุบันได้รับความช่วยเหลือจากสถาบันแม่โขง มาจัดคลัสเตอร์ข้าว รวมกลุ่มชาวนา โรงสีข้าว และส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาและหาตลาดให้ข้าวกัมพูชา
ทั้งนี้ ได้เน้นพัฒนาข้าวออร์แกนิก เนื่องจากเป็นข้าวที่มีคุณภาพดี ขายได้ในราคาสูงกว่าข้าวธรรมดา 20-30% โดยในกลุ่มมีชาวนาร่วมโครงการกว่า 5,000 ราย โดยผลิตข้าวหอมออร์แกนิก
“ไทยมีความสามารถด้านการตลาด และได้รับความเชื่อถือจากตลาดโลก กัมพูชาจึงต้องหาช่องทางที่ไม่แข่งขันกับไทยโดยตรง ซึ่งก็คือข้าวออร์แกนิก ที่ปัจจุบันวางจำหน่ายในประเทศ และส่งออกไปยุโรป และไทยด้วย”
สำหรับการสนับสนุนจากภาครัฐนั้น เน้นการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าว เพราะข้าวที่ดีจะมาจากเมล็ดพันธุ์ที่ดี รวมถึงสนับสนุนการเชื่อมโยงกับตลาด อีกทั้งพยายามสนับสนุนหาเงินกู้เพื่อให้ชาวนานำไปซื้อปัจจัยการผลิต
ซอง ซารัน กล่าวว่า ปัจจุบันมีโรงสีของไทยเข้าไปลงทุนในกัมพูชามากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อกัมพูชาในแง่ช่วยให้มีศักยภาพการส่งออกข้าวมากขึ้น ช่วยพัฒนาระบบโรงสีท้องถิ่นให้ดีขึ้น และเพิ่มโอกาสการร่วมลงทุน แต่ก็มีผลลบ คือ กัมพูชาไม่มีขีดความสามารถพอที่จะแข่งขันกับไทย ทำให้ผู้ซื้อส่วนใหญ่จะเลือกซื้อข้าวจากผู้ประกอบการไทยมากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางกัมพูชาค่อนข้างเป็นห่วงมาก







