
ยกเครื่องอุตฯสิ่งทอไทยปี'58
ส่งออกนุ่งห่มไทยปี 2558 ลุ้นแตะ 3,000 ล้านเหรียญฯ ปรับงานแสดงสินค้า หนีเวียดนาม-ปินส์เทียบชั้น
ส่งออกนุ่งห่มไทยปี 2558 ลุ้นแตะ 3,000 ล้านเหรียญฯ ปรับงานแสดงสินค้า หนีเวียดนาม-ปินส์เทียบชั้น
นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทยในปี 2558 คาดจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 3% คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันมีตลาดหลักอยู่ที่ สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น จากในปี 2557 ที่อุตสาหกรรมมีมูลค่าการส่งออกราว 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนไม่ต่ำกว่า 5%
สำหรับกลยุทธ์กลุ่มสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มในปีหน้า กรมได้วางแผนพร้อมสนับสนุนในหลายโครงการเดิมและใหม่ พร้อมว่าจ้างที่ปรึกษาจากภายนอกให้เข้ามาปรับรูปแบบการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการภายในประเทศ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ (บายเออร์) ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดกลุ่มเป้าหมายใหม่อาเซียนพลัสที่ทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ร่วมกับไทย อาทิ ไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น อินเดีย เป็นต้น
พร้อมกันนี้ กรมได้ร่วมกับบริษัท เอ็กซคอน ผู้บริหารงาน BIFF & BILL 2015 และภาควิชาวิทยาการสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดตัว “โครงการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการแฟชั่น” เพื่อเข้าร่วมงานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนังปี 2558 ครั้งที่ 33 เพื่อพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยในการแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ
“ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ประเทศเพื่อนบ้านเร่งยกระดับอุตฯ สิ่งทอแฟชั่นผ่านงานจัดแสดงสินค้าภายในประเทศ เช่น เวียดนามก็มีการจัดงาน เวียดนาม แฟชั่น วีก หรือในฟิลิปปินส์ก็มีงานลักษณะนี้ด้วยเหมือนกับบ้านเรา ซึ่งไทยจะต้องสร้างความแตกต่างออกไปเพื่อหนีคู่แข่งที่เพิ่งเข้ามาในตลาด ในฐานะผู้นำหรือศูนย์กลางด้านการพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” นางจันทิรา กล่าว
สำหรับงานแสดงสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง BIFF & BILL 2015 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 มี.ค. 2558 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและประชุม อิมแพค เมืองทองธานี พร้อมวางกลยุทธ์ลดราคาบูธลง 50% ในงานแสดงสินค้าดังกล่าว เพื่อดึงดูดผู้แสดงสินค้าจากต่างประเทศในกลุ่มอาเซียนร่วมออกบูธไม่ต่ำกว่า 100 บูธ จากในปีก่อนมีจำนวนไม่ถึง 70 บูธ เพื่อตอกย้ำความพร้อมของไทยในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปีหน้าด้วย







