posttoday
อุตฯรถปี’58 ไทยแข่งอินโดฯรับเออีซี

อุตฯรถปี’58 ไทยแข่งอินโดฯรับเออีซี

02 ธันวาคม 2557

ในปี 2558 จะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เตรียมเข้าสู่โครงสร้างสรรพสามิตใหม่ที่เข้มข้นมากขึ้น รวมถึงตลาดที่เข้าสู่การปรับฐานเข้าสู่สภาวะปกติ จากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากโครงการรถคันแรก และภาวะเศรษฐกิจ การเมืองต่อเนื่อง โดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทยได้จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “CEO TALK : 2015 จุดเปลี่ยนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” ขึ้น

ในปี 2558 จะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เตรียมเข้าสู่โครงสร้างสรรพสามิตใหม่ที่เข้มข้นมากขึ้น รวมถึงตลาดที่เข้าสู่การปรับฐานเข้าสู่สภาวะปกติ จากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากโครงการรถคันแรก และภาวะเศรษฐกิจ การเมืองต่อเนื่อง โดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทยได้จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “CEO TALK : 2015 จุดเปลี่ยนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” ขึ้น

จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยคิดเป็นผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อยู่ที่ 10% ของจีดีพีประเทศ ซึ่งในปี 2557 ภาพรวมการผลิตรถยนต์คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 1.95 ล้านคัน หรือลดลงจากปีก่อน 25% ขณะที่ปี 2558 ตั้งเป้ายอดผลิตรถยนต์ไว้ที่ 2.2 ล้านคัน เติบโตขึ้น 10% จากปีนี้ จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล รวมถึงโครงการช่วยเหลือเกษตรกร

องอาจ พงศ์กิจวรสิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ยอดผลิตรถยนต์ในปีหน้าอาจสูงถึงระดับ 2.4-2.5 ล้านคัน หรือเพิ่มจากปีนี้ 20% แบ่งเป็นยอดขายในประเทศ 1.2 ล้านคัน และส่งออก 1.3 ล้านคัน เนื่องจากมองว่าตลาดในประเทศมีความต้องการสูง หากรัฐบาลดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามแผน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศกลับคืนมาก็จะเป็นการปลดปล่อยกำลังซื้อออกมาอีกมาก

ที่สำคัญในปีหน้าค่ายรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ 1 จะต้องผลิตรถยนต์อีโคคาร์เต็มกำลังการผลิตที่ 5 แสนคัน/ปี ดังนั้นค่ายรถยนต์ต่างๆ จะต้องเร่งผลักดันมาตรการส่งออกและการขายภายในประเทศให้มาก
ที่สุด เพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุน

ขณะที่ตลาดต่างประเทศจะขยายตัวตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลง อีกทั้งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะทำให้ประเทศอาเซียนใหม่ ได้แก่ พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ต้องลดภาษีรถยนต์เป็น 0% ตามกรอบเออีซี ซึ่งจะทำให้ยอดการส่งออกผ่านชายแดนเพิ่มขึ้น และคาดว่าในปี 2568 จะผลิตรถรถยนต์ได้ไม่ต่ำกว่า 3.5 ล้านคัน

“แม้ว่าต่างชาติจะขยายฐานการผลิตในอินโดนีเซียและประเทศในอาเซียน ทำให้ผู้ผลิตแบ่งรถยนต์บางรุ่นไปผลิตในประเทศอื่น แต่มั่นใจว่าต่างชาติยังคงใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลัก เนื่องจากไทยสามารถผลิต ชิ้นส่วนมีคุณภาพสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก” องอาจ กล่าว

ปัจจุบันการผลิตรถยนต์ไทยในปี 2557 อยู่ที่ 47% ของอาเซียน ลดลงจาก 57% ในปีก่อน เนื่องจากอินโดนีเซียมีการผลิตเพื่อขายในประเทศมากขึ้น แต่ไทยต้องเร่งขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะอินโดนีเซียตั้งเป้าภายในปี 2568 มียอดการผลิตให้ได้ 4.2 ล้านคัน

วิเชียร เอมประเสริฐสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดเออีซีจะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ซึ่งไทยและอินโดนีเซียจะได้ประโยชน์จากการเป็นฐานการผลิตรถยนต์สำคัญ ขณะที่ตลาดที่น่าสนใจคือ ลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนาม

ประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและการขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า หลังจากปี 2557-2558 เป็นต้นไป ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยจะทรงตัว หรือเติบโต
ไม่หวือหวาอยู่ที่ระดับ 5-10% ต่อปี ขณะที่โครงการอีโคคาร์ เฟส 2 จะทำให้มีรถยนต์ในโครงการดังกล่าวออกมากว่า 1 ล้านคัน ซึ่งเกินความต้องการในประเทศจึงต้องหาตลาดส่งออก

สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มความต้องการรถยนต์ในอนาคต จะไปใน 3 แนวทาง ได้แก่ 1.รถยนต์ไฮบริดที่พัฒนาไปสู่เครื่องยนต์ไฮบริดที่มีความแรงและประหยัดน้ำมัน 2.เทคโนโลยีคลีนดีเซลที่ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และ 3.รถยนต์ไฟฟ้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท