posttoday
นักวิชาการชี้ส.ส.ถือครองที่ดินมากสุดเฉลี่ยคนละ71ไร่

นักวิชาการชี้ส.ส.ถือครองที่ดินมากสุดเฉลี่ยคนละ71ไร่

01 ธันวาคม 2557

นักวิชาการชี้ ส.ส.-นักการเมือง เป็นกลุ่มที่ถือครองที่ดินมากสุดเฉลี่ยคนละ 71 ไร่ หนุนเก็บภาษีที่ดิน-มรดกลดความเหลื่อมล้ำ

นักวิชาการชี้ ส.ส.-นักการเมือง เป็นกลุ่มที่ถือครองที่ดินมากสุดเฉลี่ยคนละ 71 ไร่ หนุนเก็บภาษีที่ดิน-มรดกลดความเหลื่อมล้ำ

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.นางดวงมณี เลาวกุล รองคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)  กล่าวในงานสัมมนาโครงการติดตามเศรษฐกิจไทย คณะเศรษฐศาสตร์ มธ.ในหัวข้อ”ภาษีที่ดินและมรดก : ใครมี ใครจ่าย ใครได้ประโยชน์” ว่า ปัจจุบันการถือรองที่ดินมีความเหลื่อมล้ำสูง เนื่องจากที่ดินทั้งหมดทั่วประเทศ 320 ล้านไร่ พบว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำแนกตามพรรคการเมืองถือครองที่ดินสูงสุดในประเทศไทย คือ เฉลี่ยคนละ 71 ไร่

นอกจากนี้การถือครองทรัพย์สินของคนไทยจากการสำรวจการภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ณ ปี 2549 /2550 และ 2552 พบว่าครัวเรือนไทย 20% ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีรายได้มากที่สุด ถือครองมูลค่าทรัพย์สินสุทธิมีมูลค่ามากกว่า 50% ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด แต่ครัวเรือนส่วนใหญ่ของไทย 80% ถือครองทรัพย์สุทธิไม่ถึง 50%  ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด

ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ฐานภาษีมีความเป็นธรรม อัตราภาษีมีความเหมาะสมสำหรับภาษีเพื่อบำรุงท้อถิ่น 2.กระตุ้นให้มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ 3.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)มีรายได้สอดคล้องกับการให้บริการสาธารณะที่มีคุณภาพ และ 4.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของ อปท. ซึ่งหากมีการจัดเก็บภาษีจริงตามร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวนี้ คือ เกษตรกรรมเก็บไม่เกิน 0.5% ที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1% และทั่วไป 4% ซึ่งหากเก็บในอัตราสูงสุดที่ 4% อาจจะช่วยลดการกักตุนที่ดินเพื่อเก็งกำไรได้บ้าง

ขณะที่ ร่างพ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก ที่สาระสำคัญมุ่งเก็บมรดกที่เกินมูลค่าเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป เบื้องต้นอาจจะเก็บในอัตรา 10% ของส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขความเสมอภาคในสังคม ซึ่งเป็นภาษีโดยตรง ซึ่งภาระภาษีจะตกอยู่กับผู้มีทรัพย์มรดกที่มีจำนวนถึงที่กฎหมายกำหนด ซึ่งก็ควรดำเนินการแม้ว่าจะเก็บรายได้ภาษีส่วนนี้ไม่มากนัก แต่การดำเนินการต้องรอบครอบพอสมควร อย่างไรก็ดีการจัดเก็บภาษีตามร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ส่วนนี้ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้

ด้าน นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ภัทร กล่าวว่า บางทีการใช้นโยบายภาษีต้องต้องดูให้ดีเช่นกันว่าเป็นเครื่องมือเพื่อความสะใจเท่านั้นหรือไม่ ซึ่งต้องมาดูว่าภาษีที่จัดเก็บให้ประโยชน์กับรัฐมากน้อยแค่ไหน และมีความเป็นธรรมหรือไม่ เพราะภาษีที่ดินถ้าเก็บจากคนที่ทิ้งที่ดินรกร้างว่างเปล่าจริงๆ ก็ทำให้คนที่ซื้อที่ไว้คิดหนักขึ้น แต่ประเด็น คือ การปฏิบัติจะเป็นไปตามจริงหรือไม่ เพราะการตีมูลค่าที่ให้มีการใช้ดุลพินิจมากเท่าไหร่ยิ่งอาจจะก่อให้เกิดการคอรัปชั่นมากขึ้น และอาจจะทำให้มีการไปใช้ประโยชน์แค่การไปปลูกแค่กล้วยในที่ดินเท่านั้นหรือไม่

ในส่วนภาษีมรดกมีหลายประเทศก็มีการยกเลิกใช้แล้ว เพราะมีต้นทุนในการไปเก็บค่อนข้างสูง เพราะมันมีแรงจูงใจในการหลบเลี่ยง บวกกับระหว่างจะบังคับใช้คนจะเกิดความกลัว และทำวิธีบางอย่างเพื่อเลี่ยงไว้ก่อนด้วย ซึ่งมีคนเริ่มทำบ้างแล้ว เช่น การโอนไปต่างประเทศ ฯลฯ ซึ่งถ้าโอนไปต่างประเทศจริงต้นทุนการเก็บของรัฐจะสูงมากและตรวจสอบอยาก ซึ่งรายได้การจัดเก็บบางประเทศที่เก็บมีรายได้เพียง 0.1%ของมูลค่าจีดีพีเท่านั้น ซึ่งไม่คุ้มต้นทุน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ