
เปิดกลยุทธ์ ‘อวนไทย’ จับอุตฯประมงพม่า
ปัจจุบันผู้ผลิตสินค้าประมงไทยได้ขยับขยายการผลิตสินค้า หาวัตถุดิบประมงในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะพม่า ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบขนาดใหญ่ แต่นอกจากหาวัตถุดิบ และแปรรูปสินค้าประมงแล้ว ธุรกิจต่อเนื่องอย่างผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านประมง ก็หันมาเจาะตลาดนี้เช่นกัน
ปัจจุบันผู้ผลิตสินค้าประมงไทยได้ขยับขยายการผลิตสินค้า หาวัตถุดิบประมงในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะพม่า ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบขนาดใหญ่ แต่นอกจากหาวัตถุดิบ และแปรรูปสินค้าประมงแล้ว ธุรกิจต่อเนื่องอย่างผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านประมง ก็หันมาเจาะตลาดนี้เช่นกัน
พรกมล แพรัตนดิลก รองประธานบริษัท ทีแอลเอส ฟิชเชอร์รี่ กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปกรณ์ประมง ได้แก่ อวน ซึ่งมีทั้งอวนสำหรับจับปลาน้ำตื้น และน้ำลึก เชือกล้อม และอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง บริษัทขายสินค้าภายใต้แบรนด์ทีแอลเอสมานาน ซึ่งในอดีตอุตสาหกรรมประมงในประเทศไทยรุ่งเรืองมาก โดยเฉพาะปี 2547 ที่ทำยอดขายได้สูงที่สุด
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมประมงไทยเริ่มชะลอตัว เพราะวัตถุดิบในประเทศไทยลดลงอย่างมาก ชาวประมงบางกลุ่มเลิกทำกิจการ และบางกลุ่มได้ออกไปจับปลาในต่างประเทศแทน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าต่อเนื่อง จึงเป็นช่องทางให้บริษัทเริ่มขยายตลาดต่างประเทศอย่างจริงจังเมื่อต้นปี 2557 โดยมีพม่าเป็นเป้าหมายสำคัญ
โดยมุ่งเน้นที่เมืองมะริดที่อยู่ใกล้กับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเกาะสอง ที่อยู่ติดกับ จ.ระนอง เนื่องจากมีการทำประมงมาก บริษัทให้คู่ค้าท้องถิ่นเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ทีแอลเอส ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาดพม่า โดยใช้กลยุทธ์การเคาะประตูบ้านลูกค้า นำสินค้าไปเสนอถึงที่ สำหรับกลุ่มเป้าหมายเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการลองใช้สินค้าใหม่ที่มีคุณภาพ ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว ชาวพม่ายังคง
ติดกับสินค้าแบรนด์ดั้งเดิมที่คุ้นเคย มากกว่าจะลองของใหม่
“ในพม่ามีสินค้าอุปกรณ์ประมงจากไทยไปขายอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า เราจึงเห็นโอกาสที่จะเข้าไปทำตลาดได้ โดยเน้นลูกค้าที่ชอบลองของใหม่”
สำหรับสินค้าที่นำไปจำหน่าย มีทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ทำประมงขนาดเล็กและการทำประมงขนาดใหญ่ สินค้าเด่น คือ อวนจับปลาทูน่า ที่มีความเหนียว คงทน รับน้ำหนักได้ดี และเนื้้ออวนไม่บาดเนื้อปลา ซึ่งการจับปลาทูน่าจำเป็นต้องรักษาคุณภาพเนื้อปลาให้สวยที่สุด อวนตัวนี้จึงเป็นสินค้าเด่นของบริษัท
ขณะเดียวกัน บริษัทยังส่งเสริมให้ชาวประมงทำการประมงอย่างถูกวิธี โดยจะไม่ขายอวนตาถี่่ อวนตามุ้ง และระเบิดปลา เนื่องจากเห็นประสบการณ์จากเมืองไทยที่ทำการประมงไม่ถูกวิธี ทำให้วัตถุดิบหมดไปอย่างรวดเร็ว และทำลายทรัพยากรทางทะเล
นอกจากนี้ ปัจจุบันกำลังศึกษาตลาดเวียดนามและกัมพูชา เพื่อขยายตลาดในอนาคตด้วย
“ประเทศเพื่อนบ้านมีลักษณะการทำประมงคล้ายไทย ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ขณะที่สินค้าไทยได้รับการยอมรับอยู่แล้วเพราะคุณภาพ และส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปขายสินค้าในตลาดพม่าก่อนหน้า ทำธุรกิจไว้ดี จึงปูทางที่ดีให้กับผู้ประกอบการรุ่นหลัง” พรกมล กล่าว







