posttoday
‘แม่เมาะแพง 5 พันล้านมีที่มาที่ไป’

‘แม่เมาะแพง 5 พันล้านมีที่มาที่ไป’

01 ธันวาคม 2557

หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2557 มีมติเห็นชอบโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 วงเงิน 36,811 ล้านบาท มีการตั้งคำถามว่าค่าก่อสร้างสูงเกินจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระบุว่า “มูลค่าโครงการ 2.8 หมื่นล้านบาท” (ฐานเศรษฐกิจ 26-29 ม.ค. 2557)

หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2557 มีมติเห็นชอบโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 วงเงิน 36,811 ล้านบาท มีการตั้งคำถามว่าค่าก่อสร้างสูงเกินจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระบุว่า “มูลค่าโครงการ 2.8 หมื่นล้านบาท” (ฐานเศรษฐกิจ 26-29 ม.ค. 2557)

ล่าสุด สุนชัย คํานูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. ให้สัมภาษณ์พิเศษ “โพสต์ทูเดย์” มีสาระสำคัญดังนี้  

ถาม - มีการระบุว่าค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้าอยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท แต่เพิ่มเป็น 3.6 หมื่นล้านบาท

สุนชัย - 2.8 หมื่นล้านบาท เป็นราคาตั้งต้น แต่เมื่อบวกกับค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน และอื่นๆ ตลอดระยะเวลา 5 ปีของการก่อสร้าง ค่าก่อสร้างจึงปรับเพิ่มมาเป็น 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นระดับเดียวกับผลการศึกษาการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเมื่อปี 2554 ซึ่งราคาที่ศึกษาไว้อยู่ที่ 30,623 ล้านบาท ต่อมาในปี 2556 มีการส่งตัวอย่างถ่านหินแม่เมาะที่สุ่มตรวจใหม่ พบว่าชั้นถ่านหินที่ลึกลงไปมีแคลเซียมออกไซด์ (ปูนขาว) ผสมอยู่ 40% คือคุณภาพถ่านหินแย่ลง แตกต่างจากตัวอย่างถ่านหินที่สำรวจเมื่อปี 2553 ที่มีแคลเซียมออกไซด์ 26% จึงต้องมีการปรับสเปกโรงไฟฟ้า และเพิ่มกรอบวงเงินลงทุนเป็น 36,811 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5,900 ล้านบาท จากผลการศึกษาเดิมที่ประเมินราคาไว้เมื่อ 2 ปีก่อน 

“ณ วันที่เราจะทำจริง กรอบเงินอยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท เพราะถ่านหินแม่เมาะที่มีแคลเซียมออกไซด์ 26% นั้น มันจะหาไม่ได้อีกแล้วใน 4-5 ปีข้างหน้า มีแต่ถ่านที่มีแคลเซียมออกไซด์ 40% ถ้าจะเผาให้ได้และไม่เกิดปัญหาจะต้องมีหม้อต้ม (Boiler) ที่ใหญ่กว่าเดิม 1.7 เท่า และอุปกรณ์ที่ต่อเนื่องก็ต้องใหญ่กว่าเดิม เช่น สตีมเทอร์ไบน์ ไม่เช่นนั้นถ้าเผาไปนานๆ แคลเซียมออกไซด์จะฟอร์มตัวเป็นเถ้าไปเกาะตามท่อ โรงไฟฟ้าจะเดินไม่ได้ ซึ่งเราก็ยอมรับว่าราคาแพงขึ้นมา 5,000 ล้านบาท แต่เรากำหนดเงื่อนไขทีโออาร์ดีกว่าผลการศึกษาทุกอย่าง จากนั้นก็ให้เอกชนเขามาเสี่ยงเสนอราคาดู ถ้าเกิน 3.6 หมื่นล้านบาท ก็ล้มโครงการ”

กฟผ.ยังกำหนดสเปกอุปกรณ์ให้ดักจับสารต่างๆ ให้ดีขึ้น เช่น การมีตัวดักจับซัลเฟอร์ไดออกไซด์ใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพดักจับฝุ่น และที่แม่เมาะเรายังลงทุนตัวดักจับไนตรัสออกไซด์ ซึ่งทำให้ราคาต้องบวกเข้าไปอีก ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดที่เราทำได้ เวลาเราไปพูดกับชุมชนเราก็บอกกับเขาได้ว่าโรงไฟฟ้าแม่เมาะมีระบบดักจับซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ดีที่สุดในโลก และในโลกก็ยังไม่มีโรงไฟฟ้าแบบที่เรากำลังจะทำที่แม่เมาะ

ถาม - ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น 5,900 ล้านบาท สมเหตุสมผลหรืือไม่

สุนชัย - ถามว่าแพงไหม ก็บอกว่าแพงกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินส่วนใหญ่ที่ราคาอยู่ที่ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ/เมกะวัตต์ แต่ต้องดูที่องค์ประกอบอื่นๆ ด้วย ซึ่งเราก็มีตัวเลขการลงทุนโรงไฟฟ้าแต่ละโรงว่าเป็นอย่างไร มีที่มาที่ไปอย่างไร แต่รับรองได้ว่ากรอบวงเงินที่เราลงทุนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 4-7 กรอบวงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ/เมกะวัตต์ เรายังคุมต้นทุนผลิตไฟฟ้าที่ 1.84 บาท/หน่วยได้ ซึ่งต่ำกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินของเอกชนที่แม้ว่าจะลงทุนน้อยกว่านี้ แต่ต้องนำเข้าถ่านหินเข้ามา ต้นทุนเขาจะอยู่ที่ 2.4 บาท/หน่วย เพราะค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้าคิดเป็น 10-20% ของค่าไฟฟ้า ส่วนที่เหลือเป็นต้นทุนเชื้อเพลิง

“เรามีเหมืองถ่านหินที่แม่เมาะอยู่ เพียงแต่ว่าคุณสมบัติของถ่านหินที่แม่เมาะแย่กว่าที่อื่นๆ ในโลก ค่าความร้อนต่ำมาก เราจึงต้องลงทุนเพิ่ม อีกทั้งถ่านหินที่แม่เมาะมีสำรอง 300 ล้านตัน ใช้ได้นานถึง 20 ปี เงินที่ลงทุนเพิ่มขึ้นแค่ 5 ปี ก็คิืนทุนแล้ว”   - การเขียนทีโออาร์กำหนดให้บางประเทศเท่านั้นที่เข้าประมูลได้

สุนชัย - ทีโออาร์ไม่ได้กำหนดว่าใครเข้าได้ หรือใครเข้าไม่ได้ เราเขียนกว้าง สเปกโรงไฟฟ้าก็เป็นไปตามมาตรฐานสากลของญี่ปุ่น สหรัฐ และยุโรป ถ้าทำได้ตามมาตรฐานสากลก็เข้าประมูลได้ อย่างบางเจ้าไปอ้างมาตรฐานอะไรก็ไม่รู้ อย่างนี้ก็ไม่ได้ อุปกรณ์ทุกอย่างต้องมีมาตรฐาน อย่างหม้อต้มมีมาตรฐานสากลเลยว่าต้องมีความดันเท่านี้ อุณหภูมิเท่านั้น และเราก็กำหนดแค่ว่าให้เผาถ่านที่มีแคลเซียมออกไซด์ไม่น้อยกว่า 20% ไม่ได้กำหนดถึง 40% ส่วนเอกชนรายใดจะไปจับกับใครเป็นเรื่องทางการค้าแล้ว และที่ผ่านมาเราลองสำรวจในตลาดก็มี 4-5 รายที่ทำได้ ส่วนเขาจะมาแข่งหรือไม่เราไม่รู้

เพียงแต่เรามีการกำหนด 2 เรื่อง คือ คุณสมบัติผู้เข้าประกวดราคา และคุณสมบัติอุปกรณ์ที่นำเสนอ ซึ่งคุณสมบัติคนที่เข้ามาประกวดราคา เราต้องการคนที่มีประสบการณ์ที่จะทำงานให้เรา ตั้งแต่การซื้อ ออกแบบวิศวกรรม จัดหาของ และติดตั้ง เขาจะไปจับใครก็ได้ แต่ต้องมีประสบการณ์ตามที่เรากำหนด เช่น ต้องเคยติดตั้งโรงไฟฟ้าขนาดไม่ต่ำกว่า 560 เมกะวัตต์ มีประสบการณ์เดินเครื่องไฟฟ้าถ่านหินนอกประเทศมาไม่น้อยกว่า 3 ปี  ถ้าไม่อย่างนั้นเราจะคุมคุณภาพงานไม่ได้  และเราก็รู้สึกไม่ไว้ใจ โดยเฉพาะถ่านหินที่แม่เมาะ ถ้าเขาพลาด โรงไฟฟ้าก็เดินไม่ได้จะเสียหายมาก เราเสี่ยงไม่ได้

ถาม - สุดท้ายก็มีเอกชนกัน 2 ราย

สุนชัย - เราไปบังคับให้เขามาเสนอราคาไม่ได้นี่ และวิธีการนี้ไม่ใช่วิธีพิเศษ แต่เป็นการเปิดประมูลทั่วไป ซึ่งจริงๆ มีคนซื้อซอง 17 ราย แต่เขาไปรวมกลุ่มกัน จึงเหลือ 3 ราย จีน คือ บริษัท Harbin ที่ไม่ยอมจับกับใคร กลุ่มมารูบีนี่/อัลสตอม และกลุ่มซูมิโตโม/ฮิตาชิ แต่ Harbin ไม่ผ่าน เพราะไม่มีประสบการณ์ในต่างประเทศ โดยกลุ่มมารูบีนี่/อัลสตอมเสนอราคามาที่ 3.8 หมื่นล้านบาท และกลุ่ม
ซูมิโตโม/ฮิตาชิเสนอราคามา 4.8 หมื่นล้านบาท สุดท้ายกลุ่มมารูบีนี่/อัลสตอมก็ได้งานไป และเราก็ไปเจรจาต่อรองขอลดราคาลงมาเหลือ 3.5 หมื่นล้านบาท

ถาม-มืการเสนอราคาเพื่อทิ้งงาน

สุนชัย - ไม่ใช่ ซูมิโตโม/ฮิตาชิ เขาแสดงความจำนงว่าอยากทำงานนี้ เพียงแต่เขาไม่กล้าเสี่ยงที่จะทำตามสเปกที่เรากำหนดได้ เขาจึงเสนอราคามาสูง อย่างหม้อต้มที่เป็นเทคนิคและเทคโนโลยีเฉพาะราย ซูมิโตโม/ฮิตาชิเสนอราคามาที่ 15,452 ล้านบาท แต่ของกลุ่มอัลสตอมเสนอราคามาที่ 10,730 ล้านบาท แต่อุปกรณ์บางอย่างซูมิโตโม/ฮิตาชิเสนอมาถูกกว่า และเราก็ใช้ราคาตรงนั้นมาต่อรองให้อัลสตอมลดราคาด้วยซ้่ำ แล้วผมอยากถามกลับว่าด้วยชื่อเสียงระดับซูมิโตโม/ฮิตาชิ เขาคงไม่มาเสนอเล่นๆ เพราะเราเปิดซองแล้วประกาศทั่วไป และเป็นข่าวไปทั่วโลก ไม่ใช่เปิดแบบเงียบๆ จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาเสนอตัวเข้ามาเพื่อทิ้งงาน

หรือถ้าสุดท้ายมีแค่รายเดียวผ่านเข้ามา เราก็เปิดซองได้ ในเมื่อเปิดให้แข่งขันแล้ว แต่ไม่มีคนเสนอราคาจะให้ทำอย่างไร ถ้าจะประกวดราคาใหม่ต้องใช้เวลาอีก 2 ปี แต่ก็ต้องยอมรับว่ากลุ่มอัลสตอมได้เปรียบกว่าเจ้าอื่นๆ เพราะเขามีโอกาสได้ปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะโรงที่ 12 ซึ่งมีปัญหาการเผาถ่านหินที่มีแคลเซียมออกไซด์สูง  

ถาม - บอร์ด กฟผ.ปรับราคากลาง 3 ครั้ง

สุนชัย - ไม่มี ราคากลางไม่เคยปรับ ราคาอยู่ที่ 36,811 ล้านบาทมาตั้งแต่อนุมัติโครงการ เพียงแต่มีการปรับปรุงรายละเอียด เรามีเอกสารแนบท้ายที่เสนอให้ คสช.เทียบกันหมดว่าอุปกรณ์มีการเพิ่มในส่วนใดบ้าง แม้แต่ในบอร์ด กฟผ.เอง บอร์ดทุกท่านซักถามละเอียดกันทั้งวง มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลเป็นการเฉพาะ และสิ่งที่เราทำเป็นไปตามระเบียบไม่มีซิกแซ็กอะไร และถ้าจะให้โครงการล่าช้าออกไป เพราะมีการปรับเพิ่มวงเงินเพื่อรองรับกับคุณภาพถ่านหินที่เรามี ผมว่าไม่มีเหตุผล

“ถ้าล้มโครงการ โรงไฟฟ้าไที่จะสร้างใหม่ก็ต้องปรับราคาใหม่ ราคาอาจเพิ่มขึ้นไปอีก ถ้าสร้างไม่ทันไฟฟ้าจะหายไปจากระบบ 600 เมกะวัตต์ และราคาที่ประมูลได้ก็ไม่ได้สูงกว่าทั่วไปจน
เว่อร์ แล้วถ้าจะหารายใหม่มา มันจะต่อราคาอย่างนี้คงไม่ได้แล้ว แต่แน่นอนว่าเมื่อเราต่อราคาเขาลงจาก 3.8 หมื่นล้านบาท ลงมาเหลือ 3.5 หมื่นล้านบาท แต่สเปกทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่ กฟผ.กำหนด แต่ถ้าเขาคิดราคาแพงเว่อร์ตรงไหนก็ต้องไปปรับลดเอา อีกทั้งในช่วงทดสอบเราจะเอาถ่านหินที่แคลเซียมออกไซด์ 40% มาทดลองเผา 30 วัน ก็รู้แล้วว่าผ่านหรือไม่ผ่าน”

นอกจากนี้ ในการเขียนสเปกเราได้เชิญทุกบริษัทที่มีศักยภาพมาเล่าการทำงานให้เราฟัง เทคโนโลยีปัจจุบันไปถึงไหนแล้ว และมีทำหรือไม่ หลังจากรับข้อมูลแล้วก็ไปตรวจสอบเปรียบเทียบ ยืนยันไม่เอื้อประโยชน์ให้รายใด มีการแข่งขันที่เป็นธรรม อย่างบางรายรู้ว่าสเปกแบบนี้เขาทำไม่ได้ เขาก็ไม่สู้ อีกอย่างของถูกไม่ได้แปลว่าดี ของดีไม่ได้แปลว่าต้องแพงเสมอไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท