
ผู้ประกอบการภาคอีสาน... ไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจปีหน้าฟื้น
สัปดาห์ที่แล้วสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย จัดเวทีเสวนาทิศทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีผู้ประกอบการหลายจังหวัดมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งภาคอุตสาหกรรม การค้า บริการ ท่องเที่ยว จากการทำแบบสอบถามความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในปี 2558 ส่วนใหญ่ร้อยละ 67 ยังไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะฟื้นตัว
สัปดาห์ที่แล้วสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย จัดเวทีเสวนาทิศทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของ
ผู้ประกอบการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีผู้ประกอบการหลายจังหวัดมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งภาคอุตสาหกรรม การค้า บริการ ท่องเที่ยว จากการทำแบบสอบถามความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในปี 2558 ส่วนใหญ่ร้อยละ 67 ยังไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะฟื้นตัว
ในจำนวนนี้เกินกว่าครึ่งเห็นว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะไม่ดีไปกว่าปี 2557 ขณะที่ผู้ประกอบการส่วนที่เหลือเห็นว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะแย่กว่าปีนี้ จากการสอบถามความเชื่อมั่นผลประกอบการของธุรกิจตนเองพบว่าร้อยละ 73 เห็นว่ายังไม่ดี โดยมีเพียงร้อยละ 26.9 เชื่อมั่นว่าผลประกอบการในปี 2558 จะดีขึ้น ในจำนวนนี้หนึ่งในสี่ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความเห็นว่า ผลประกอบการปีหน้ามีแนวโน้มที่จะแย่กว่าปี 2557
จากตัวเลขความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการข้างต้นสะท้อนถึงเศรษฐกิจในต่างจังหวัดอยู่ในสภาวะที่ซบเซา ไม่ใช่เพียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะก่อนหน้านี้ได้เคยไปจัดเวทีระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจในภาคเหนือ ก็พบปัญหาเดียวกัน เพราะทั้งภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือพึ่งพารายได้จากภาคเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ เมื่อผลผลิตทางเกษตรราคาตกต่ำโดยเฉพาะข้าวราคาต่ำสุดในรอบปี ข้าวเปลือก 5% ที่ชาวนาขายจริงเหลือตันละ 5,500-6,000 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลิเหลือตันละ 9,000-10,000 บาท
ทั้งนี้ ภาคอีสานมีการปลูกข้าวมากที่สุด ถึงแม้การส่งออกข้าวในเดือน ต.ค. จะขยายตัวได้ดี แต่เป็นเชิงปริมาณ เพราะราคาขายของเกษตรกรลดลง ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อภาคส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภค-บริโภค แม้แต่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ก็เงียบเหงา ในครึ่งปีแรกยอดขายตกเพราะประชาชนใช้จ่ายน้อยลง แม้สถานการณ์จะดีขึ้นเนื่องจากเกษตรกรได้เงินค้างจ่ายโครงการรับจำนำข้าว โดยภาพรวมห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ผลประกอบการยังอยู่ในระดับทรงตัว แต่ร้านค้าโชว์ห่วยหรือร้านค้าปลีกทั่วไปยอดขายหายไปค่อนข้างมาก อุตสาหกรรมเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมตัวเลขการขาย การผลิตลดลงอย่างน่าตกใจแสดงถึงประชาชนจะใช้จ่ายเงินเท่าที่จำเป็น
เศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวภายในประเทศที่ลดลง ทั้งที่มาไหว้พระ ท่องเที่ยว สัมมนาหรือมาติดต่อธุรกิจกระทบต่อภาคโรงแรมในจังหวัดภาคอีสาน ซึ่งผู้ประกอบการแจ้งว่าจำนวนผู้เข้าพักลดลงมาก ธุรกิจที่เกี่ยวกับการผลิตกุนเชียง แหนม หมูยอ ยอดขายยังลดลงกว่าร้อยละ 30 เทียบจากปี 2556 ที่ยอดขายก็หายไปกว่าร้อยละ 20 อุตสาหกรรมก่อสร้างและอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ มีแนวโน้มชะลอตัวสัมพันธ์กับตัวเลขการขายคอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว ซึ่งหลายโครงการมีปัญหาติดมือ ขายไม่ออกหรือลูกค้าจองแล้วแต่โอนไม่ได้ ธุรกิจประเภทศูนย์จำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการก็ยังอยู่ในสภาพทรงกับทรุดจากตัวเลขการขายที่ยังไม่กลับมา อีกทั้งบริษัทไฟแนนซ์มีความเข้มงวดในการปล่อยเครดิต ทำให้ปีนี้ยอดขายคงหายไปร้อยละ 20-30
จากภาพรวมเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังอยู่ในสภาวะชะลอตัว เศรษฐกิจในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศยังอยู่ในสภาวะซบเซา ถึงแม้นการท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาแต่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากเอเชียและจีนซึ่งการใช้จ่ายเงินมีจำกัด ส่วนเม็ดเงินใช้จ่ายของรัฐบาลเริ่มเข้ามาในพื้นที่ แต่ก็ไม่มากพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพราะกำลังซื้อจากเกษตรกรหายไป ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่ออกมาในแนวทางที่ยังไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจในปีหน้า ทำให้ส่วนใหญ่จะยังคงชะลอการลงทุน รวมทั้งส่วนใหญ่จะไม่มีการจ้างงานเพิ่มเติม ทั้งนี้ผู้ประกอบการฝากบอกมายังรัฐบาลให้เร่งใช้จ่าย กระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเม็ดเงินลงไปในพื้นที่ ไม่ใช่ไปกระจุกในการลงทุนขนาดใหญ่ซึ่่งเงินและงบประมาณจะตกไปอยู่กับรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย และอย่ามีมาตรการใดๆ ที่จะไปเพิ่มภาระให้เอกชนไม่ว่าจะเป็นด้านค่าจ้าง การขึ้นค่าไฟฟ้า การปรับราคาน้ำมันดีเซล ฯลฯ เพราะเท่านี้ก็หืดขึ้นคอแล้วครับ







