posttoday
กลุ่มโรงไฟฟ้าแนวโน้มดี

กลุ่มโรงไฟฟ้าแนวโน้มดี

01 ธันวาคม 2557

ราคาหุ้นโรงไฟฟ้าได้ปรับตัวขึ้น 32-252% ในช่วง 12 เดือนที่แล้ว จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจากกําลังการผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้นในกลุ่มนี้ ยกเว้นบริษัท โกลว์ พลังงาน (GLOW) ขึ้นอีกครั้งราว 5-46% เนื่องจากมูลค่าที่ซ่อนอยู่ของสัญญาแบบด้วยสัญญาส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) โอกาสการได้กําลังการผลิตเพิ่ม 576 เมกะวัตต์ + 800 เมกะวัตต์ จากการประกาศครั้งที่ผ่านมา และโอกาสในอนาคตที่มีการเพิ่มกําลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน

ราคาหุ้นโรงไฟฟ้าได้ปรับตัวขึ้น 32-252% ในช่วง 12 เดือนที่แล้ว จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจากกําลังการผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้นในกลุ่มนี้ ยกเว้นบริษัท โกลว์ พลังงาน (GLOW) ขึ้นอีกครั้งราว 5-46% เนื่องจากมูลค่าที่ซ่อนอยู่ของสัญญาแบบด้วยสัญญาส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) โอกาสการได้กําลังการผลิตเพิ่ม 576 เมกะวัตต์ + 800 เมกะวัตต์ จากการประกาศครั้งที่ผ่านมา และโอกาสในอนาคตที่มีการเพิ่มกําลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นหากการประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าอิสระ (ไอพีพี) รอบ 4 เกิดขึ้นในครึ่งหลังปี 2558

อย่างไรก็ตาม ยังไม่รวมปัจจัยนี้ในประมาณการ เพราะจะไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ สัญญาแบบ Adder-Tariff = ตั๋วทองคํา ด้วยสัญญา Adder ไม่มีวันสิ้นสุด และปรับตามค่าไฟฟ้า  (มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น) จึงทําให้มีกระแสเงินสดเข้ามาตลอด

บล.ธนชาต สมมติให้บริษัททั้งหมดได้สัญญาลักษณะนี้ลงทุนในรอบถัดไปจากปีที่ 26 ไปอีก 25 ปี ทําให้เกิดมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าเดิม 18-23% บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ดูเหมือนจะได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะมีกําลังการผลิตในมือมากที่สุด และด้วยขนาดต่อโครงการจะทําให้มีประสิทธิภาพและการประหยัดจากขนาดที่ดีขึ้น

EA ยังคงเป็นหุ้นที่แนะนำ โดยคาดว่าจะมีกําไรเฉลี่ยต่อปีในช่วง 3 ปี แข็งแกร่งสุดที่ 63% และซื้อขายที่ราคาต่อการเติบโตกำไรปี 2558 ที่ต่ำที่สุดที่ 0.5 เท่า ในปี 2557-2560

ขณะที่ความเสี่ยง คือ การมีค่าใช้จ่ายเกินงบจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากโครงการขนาด 541 เมกะวัตต์ ของ EA กําลังก่อสร้างในปี 2558-2559 บริษัทมีโอกาสที่จะมีกำลังการผลิตเพิ่มเติมจากโครงการพลังงานทดแทน จากแผนของรัฐบาลที่จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานที่มาจากพลังงานทางเลือกเป็น 30% จาก 25% ภายใน 20 ปี (จาก 11%)


“เราคาดว่า 3 กิกะวัตต์ ของพลังงานทดแทนจะประกอบไปด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานจากขยะ ทั้งนี้เนื่องมาจากสมมติฐานกําลังการลิตใหม่ในขณะที่มูลค่าที่สูงขึ้นของ EA มาจากที่มีการปรับสมมติฐานวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) สําหรับโครงการ 90 เมกะวัตต์ ที่ลําปาง”

บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) และบริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) จะได้ 50-100 เมกะวัตต์ จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์รอบพิเศษในครึ่งแรกปี 2559 และอีก 100 เมกะวัตต์ ในปี 2561 และปรับกําไรปี 2557-2559 ของกลุ่มเล็กน้อย


บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ยังคงเป็นหุ้นแนะนำในกลุ่มโรงไฟฟาดั้งเดิมจากอัตราการเติบโตของกําไรสูงที่สุดใน 2558-2559 และยังเป็นบริษัทที่โดดเด่นในประเด็นการลงทุนเรื่องการนําเข้าไฟฟ้าจากต่างประเทศ


บล.ธนชาต ปรับคําแนะนํา “ถือ” สําหรับ EGCO และบริษัท เด็มโก้ (DEMCO) และ “ขาย” ต่อ GLOW จากมูลค่า ณ ปัจจุบันที่ไม่น่าสนใจ

แผนระยะยาว EGCO

สหัส ประทักษ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO ประเมินว่า ในปี 2562 บริษัทจะมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยกำไรของแต่ละปีระหว่างช่วงดังกล่าวจะเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีจากปี 2557 ที่จะมีกำไรประมาณ 8,000 ล้านบาท ขณะที่สัดส่วนกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าต่างประเทศจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็นประมาณ 40% จากช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ที่มีสัดส่วน 22% ของกำไรทั้งหมด

ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนทั้งจากโครงการใหม่ๆ ที่บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาเพิ่มเติม ทั้งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาตามแผนจะทยอยเสร็จเดินเครื่องเชิงพาณิชย์จำนวน 8 โครงการ แบ่งเป็นโครงการในประเทศ 6 โครงการ และโครงการต่างประเทศอีกจำนวน 2 โครงการ รวมถึงโครงการที่จำหน่ายไฟฟ้าอยู่แล้วในปัจจุบัน

ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเดือน ธ.ค. 2557 โรงไฟฟ้าพลังงานลม โบโค ร็อค วินด์ฟาร์ม ในออสเตรเลีย ซึ่ง EGCO ถือหุ้นสัดส่วน 93.52% จะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเดือน ก.พ. 2558 โครงการโรงไฟฟ้าความร่วมขนอม 2 ขนาด 930 เมกะวัตต์ จะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเดือน มิ.ย. 2559 และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีในลาว ขนาด 1,280 เมกะวัตต์ ซึ่ง EGCO ถือหุ้นสัดส่วน 12.5% จะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2562 โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ชัยภูมิ จะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดืน ธ.ค. 2559 โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) จำนวน 3 โครงการ ที่ จ.ราชบุรี 2 โครงการ และ จ.ปทุมธานี 1 โครงการ

นอกจากนี้ ในปี 2557 ยังมีโครงการใหม่ที่บริษัทเข้าซื้อกิจการต่างอีกจำนวน 2 โครงการ คือซื้อหุ้นของบริษัท มาซินลอค พาวเวอร์ พารท์เนอร์ (เอ็มพีพีซีแอล) ซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 630 เมกะวัตต์ บนเกาะลูซอนในฟิลิปปินส์ ในสัดส่วนร้อยละ 40.95% ซึ่งจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2562 อีกทั้งซื้อหุ้นบริษัท สตาร์ เอนเนอร์ยี จีโอเทอร์มอล (เอสอีจี) สัดส่วน 20% โดยเป็นผู้ถือหุ้นในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ ขนาด 227 เมกะวัตต์ ในอินโดนีเซีย ซึ่งจะทยอยเสร็จจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในระหว่างปี 2561-2563

สำหรับแผนลงทุนช่วง 4 ปี ระหว่าง 2558-2561 ตั้งบลงทุนไว้ประมาณ 6.15 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนตามแผนในโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและการพัฒนา ซึ่งยังไม่รวมเงินลงทุนเงินที่จะเข้าไปซื้อกิจการ โดยแบ่งทยอยลงทุนในปี 2558 ประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าโครงการโบโค ร็อค วินด์ฟาร์ม ในออสเตรเลีย และปี 2559 ใช้เงิน 1.9 หมื่นล้านบาท ก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนอม 2 และก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ชัยภูมิ

ขณะที่ปี 2560 จะใช้เงินลงทุน 8,000 ล้านบาท ลงทุนโรงไฟฟ้าขนาดเล็กเล็ก 3 โครงการ ที่ จ.ราชบุรี และโครงการทีเจ โคเจน ปทุมธานี และปี 2561 ใช้เงินลงทุน 5,500 ล้านบาท รวมถึงต่อเนื่องในโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ฟิลิปปินส์     

นอกจากนั้น ยังมีแผนที่จะปรับโครงสร้างเงินกู้จำนวน 2.1 หมื่นล้านบาท จากที่นำมาซื้อบริษัท มาซินล็อค พาวเวอร์ พาร์ทเนอร์ และลงทุนในบริษัท สตาร์ เอนเนอร์ยี จีโอเทอร์มอล จากระยะสั้น 1 ปี เป็นระยะยาวอายุ 5-7 ปี ตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับสถาบันการเงินหลังครบสัญญา โดยจะกู้สถาบันการเงินต่างประเทศ สัดส่วน 60-70% และจะออกหุ้นกู้แบบเฉพาะเจาะจงให้กับสถาบันต่างประเทศ 30-40% เพื่อทดแทนหนี้ระยะสั้นดังกล่าว โดยยอมรับต้นทุนการเงินจะสูงขึ้นเป็นประมาณ 4% จากเดิมที่ไม่ถึง 1%

บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาเข้าซื้อหุ้นไปร่วมถือหุ้นในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ และเจรจาเข้าไปถือหุ้นเพิ่มในโครงการโรงไฟฟ้าต่างประเทศที่ปัจจุบัน EGCO ถือหุ้นอยู่ โดยจะได้ข้อสรุปการลงทุนในช่วงต้นปี 2558 อีกทั้งยังมองหาโอกาสการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งในลาว ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ที่มีฐานธุรกิจอยู่แล้วรวมในพม่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท