posttoday
แสนสิริ ปั๊มขาย 3 หมื่นล้าน

แสนสิริ ปั๊มขาย 3 หมื่นล้าน

01 ธันวาคม 2557

แนวโน้มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปี 2558 จะมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

แนวโน้มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปี 2558 จะมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อคงจะเพิ่มขึ้นจากปีนี้ไม่มากนัก  บริษัท แสนสิริ (SIRI) จะมีการลงทุนมากแค่ไหนและจะใช้กลยุทธ์อะไรบ้าง

อภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการและรองประธานกรรมการ บริษัท แสนสิริ  เปิดเผยว่า ในปี 2558 มีแผนจะลงทุนเปิดโครงการใหม่จำนวน 18-20 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3-3.3 หมื่นล้านบาท แบ่งสัดส่วนเป็นคอนโดมิเนียมประมาณ 45% บ้านเดี่ยวประมาณ 40% และที่เหลือเป็นทาวน์เฮาส์ โดยเน้นการเปิดโครงการใหม่ในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นสัดส่วนประมาณ 70% เพิ่มจากปีนี้ที่ราว 60% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด

นับตั้งแต่ต้นปี 2557 ถึงปัจจุบัน SIRI เปิดโครงการใหม่มูลค่ารวมประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท จากอดีตที่ผ่านมามีมูลค่าการเปิดโครงการใหม่ไม่แน่นอนอยู่ระหว่าง 3-6 หมื่นล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริหารระบุแผนการเปิดโครงการใหม่ในช่วง 3 ปี ระหว่างปี 2558-2560 มูลค่าประมาณ 3.5-4 หมื่นล้านบาท/ปี

อภิชาติ ประเมินว่าความต้องการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมว่ายังมีโอกาสเติบโตสูงจากรูปแบบการใช้ชีวิตของกลุ่มคนรุ่นใหม่ คือลูกค้าวัยเริ่มทำงานที่ต้องการอาศัยในคอนโดมิเนียม รวมถึงกลุ่มที่มีบ้านพักอาศัยอยู่เดิมยังต้องการซื้อคอนโดมิเนียมเป็นที่พักอาศัยเพิ่มด้วย และปัจจัยกระตุ้นจากส่วนต่อขยายตามแนวรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี แผนงานดังกล่าวยังไม่รวมโอกาสหลังจากตั้งบริษัทร่วมทุนถือหุ้นเท่ากันกับบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป
โฮลดิ้งส์ (BTS) ตามแผนงานในช่วง 3-5 ปี โครงการคอนโดมิเนียมเพื่อขาย มูลค่ารวมประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดยจะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมร่วมกันมูลค่าระดับเกิน 3,000 ล้านบาท และมีระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้าไม่เกิน 500 เมตร โดยจะเริ่มขายโครงการในปี 2558 โดยถือเป็นโครงการส่วนเพิ่ม และยังมีต้นทุนโครงการที่ต่ำ เพราะก่อสร้างบนที่ดินเปล่าของ BTS

“แผนการเปิดโครงการใหม่ในปีหน้า เพื่อเตรียมไว้เป็นยอดโอนรับรู้รายได้ในอนาคต แนวโน้มตลาดจะดีขึ้นจากปีนี้แน่นอน ส่วนราคาขายเฉลี่ยของบริษัทน่าจะปรับขึ้นราว 3-4% ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ตอนนี้เรื่องผลดำเนินงานใน 3 ปีข้างหน้าไม่ห่วงแล้ว เพราะมียอดโอนรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่จะทยอยโอนเข้ามาเป็นรายได้ ทำให้ปีหน้าไม่ต้องเร่งรีบขาย” อภิชาติ กล่าว

นอกจากนั้น บริษัทเพิ่มทุนสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีศักยภาพพร้อมในการขยายการลงทุนมากขึ้น รวมถึงสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนมากขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ลดลงเหลือประมาณ 1.8 เท่า จากก่อนหน้าที่ 2.4 เท่า ขณะที่มีเงินสดภายในมือประมาณ 3,000 ล้านบาท

ในปี 2558 น่าจะมียอดขาย (Presale) เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการเติบโตของยอดขายบริษัท และตลาดอสังหาริมทรัพย์น่าจะเติบโตขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่จะฟื้นตัวดีขึ้นด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลที่จะเริ่มส่งผลบวก จากปี 2557 ที่จะมียอดขายที่ราว 2.8 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปี 2556 ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท เพระมีผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความวุ่นวายทางการเมืองที่กระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท