
สผ.พยุงกำไร คุมเข้มต้นทุน หาซื้อกิจการดี
จังหวะซื้อ ปตท.สผ.ร่วงแรง มุ่งลดค่าใช้จ่ายประคองกำไร แห่ทิ้ง PTTEP-PTT วูบเฉียด 5 หมื่นล้าน
จังหวะซื้อ ปตท.สผ.ร่วงแรง มุ่งลดค่าใช้จ่ายประคองกำไร แห่ทิ้ง PTTEP-PTT วูบเฉียด 5 หมื่นล้าน
ผลจากที่ประชุมองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) มีมติคงกำลังการผลิตน้ำมันที่ระดับ 30 ล้านบาร์เรล/วัน ได้กดดันให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสดิ่งลงมาทำสถิติต่ำสุดในรอบ 4 ปี โดยลงมาอยู่ที่ 68.85 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และกดราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. ปิดที่ 135.50 บาท ลดลง 7.50 บาท ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) หายไป 2.97 หมื่นล้านบาท ส่วน ปตท. (PTT) ปิด 383 บาท ลดลง 7 บาท มาร์เก็ตแคปหายไป 1.99 หมื่นล้านบาท รวม 2 บริษัท มาร์เก็ตแคปลดลงไปวันเดียวถึง 4.97 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนได้ยืมหุ้น PTT และ PTTEP ไปขายล่วงหน้ากว่า 203 ล้านบาท
น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันที่ยังคงลดลงทำให้บริษัทต้องติดตามสถานการณ์น้ำมันอย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบต่อบริษัท ทำให้ผลประกอบการได้รับผลกระทบ เพราะราคาน้ำมันดิบที่ลดลงจะทำให้ราคาขายผลิตภัณฑ์ลดลงด้วย
ขณะเดียวกัน จะเป็นโอกาสให้บริษัทออกไปซื้อกิจการที่ดี โดยเฉพาะในกรณีผู้ผลิตที่มีสายป่านสั้น ถ้าหากน้ำมันยังดิ่งลงต่อก็อาจจะตัดสินใจขายกิจการออกมา ซึ่งระดับราคาน้ำมันที่ผลิตแล้วคุ้มทุนที่ตลาดพูดกัน คือจะอยู่ที่ประมาณ 80-85 เหรียญสหรัฐ และบริษัทได้เปลี่ยนนโยบายการซื้อแหล่งที่มีการผลิตแล้วเพื่อที่จะรับรู้รายได้และกำไรได้ทันที
น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุม แต่สิ่งที่บริษัททำได้คือ จะต้องจัดการในด้านต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งนโยบายหลักในช่วงครึ่งปีหลังมุ่งเน้นควบคุมและลดค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ อย่างจริงจัง และต้องทำให้มากที่สุดที่จะไม่ใช้ในเรื่องของความปลอดภัยในการผลิต เช่น การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง งบในเรื่องของสันทนาการ เพื่อที่จะทำให้กำไรของบริษัทยังอยู่ในระดับที่ดี สำหรับผลกระทบทางตรงที่จะมีต่อน้ำมันและคอนเดนเสทที่มีอยู่ประมาณ 30% ของปริมาณการขายทั้งหมดได้ซื้อความเสี่ยงล่วงหน้าไว้แล้ว 70%
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ระบุว่า การลดลงมาอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันดิบโลก น่าจะส่งผลเชิงลบต่อผู้ประกอบการน้ำมัน โดยเฉพาะ PTTEP และ PTT ทั้งนี้จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า หากมีการปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันในระยะยาวลงทุกๆ 5-11 เหรียญสหรัฐ จะส่งผลให้มูลค่าพื้นฐานของ PTT ลดลง 7-12 บาท/หุ้น เหลือ 399.62-393.73 บาท จากมูลค่าเหมาะสมปี 2558 เดิมอยู่ที่ 405 บาท ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบโลกที่ 90 เหรียญสหรัฐ จะเห็นว่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นจำกัด โดยยังไม่ได้คำนึงถึงผลบวกจากการปรับโครงสร้างราคาก๊าซทำให้มูลค่าเหมาะสมเพิ่มขึ้นเกือบ 50 บาท
“แนะนำให้สลับไปลงทุนใน PTTEP เนื่องจากผลกระทบของราคาน้ำมันดิบที่ลดลงทุก 5-10 เหรียญสหรัฐ แม้จะส่งผลให้มูลค่าเหมาะสมหายไปจากสมมติฐานเดิมที่ 90 เหรียญสหรัฐ ประมาณ 8-16 บาท เหลือ 172-163.50 บาท แต่ยังมีโอกาสปรับขึ้นถึง 15-20% ซึ่งยังเป็นระดับที่น่าซื้อสะสมลงทุนข้ามปี” บล.เอเซีย พลัส ระบุ
นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต มองราคาน้ำมันที่ลดลงเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวม แนะนำ “ซื้อ” Domestic Plays ต่อเนื่อง ได้แก่ กลุ่มธนาคาร รับเหมาก่อสร้าง สายการบินและสนามบิน







