
สินเชื่อโตต่ำสุดในรอบ 5 ปี ทำดอกเบี้ยไม่ขยับ
ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี เป็นฤดูการซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี เป็นฤดูการซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพื่อนำไปหักลดหย่อนภาษีของเหล่ามนุษย์เงินเดือน ที่ในปีนี้วันสุดท้ายที่จะซื้อกองทุนรวมและนำไปหักลดหย่อนคือวันอังคารที่ 30 ธ.ค. 2557
นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อประกันสะสมทรัพย์ และประกันบำนาญ ก็มักจะซื้อในช่วงปลายปี และการต่ออายุกรมธรรม์ก็จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีเช่นกัน เงินที่ผู้ลงทุนนำมาซื้อหน่วยลงทุนนั้น ส่วนใหญ่จะถอนเงินหรือโอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากมาซื้อ ซึ่งจะมีผลให้สภาพคล่องในตลาดเงินช่วง 12 เดือนสุดท้ายของปีนี้อาจจะตึงตัวขึ้นเล็กน้อย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าแนวโน้มสภาพคล่องในช่วงโค้งสุดท้ายของปีอาจตึงตัวขึ้นได้เล็กน้อย จากการแข่งขันของผลิตภัณฑ์การออมและการลงทุนประเภทอื่น โดยเฉพาะกองทุนรวมและประกันชีวิต แต่ก็ยังน่าจะอยู่ในวิสัยที่ธนาคารพาณิชย์สามารถบริหารจัดการได้ โดยยังไม่จำเป็นต้องปรับอัตราดอกเบี้ยเป็นการทั่วไป
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยธนาคารกรุงเทพรายงานอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินและดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ว่า ในเดือน ต.ค. 2557 อัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตร ระยะเวลา 1 วัน เฉลี่ยอยู่ที่ 2% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 2.5%
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระหว่างธนาคาร ระยะข้ามคืน เฉลี่ยที่ 1.97% อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพ (BIBOR) ระยะ 1 สัปดาห์ เฉลี่ย 2.03%
ด้านเงินให้สินเชื่อสุทธิของธนาคารพาณิชย์ไทยอยู่ที่ 9.646 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.39 หมื่นล้านบาท จากเดือนก่อนหน้า เติบโต 4.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมอยู่ที่ระดับ 11.30 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2 แสนล้านบาท จากเดือนก่อนหน้า หรือเติบโต 4.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ ยอดเงินฝากเมื่อรวมตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมที่ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าเงินให้สินเชื่อหลายเท่าตัว ส่งผลให้สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ผ่อนคลายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปีนี้ การขยายตัวของสินเชื่อจะไม่ขยายตัวมากเท่ากับปีที่แล้ว โดยคาดว่าปีนี้สินเชื่อทั้งระบบจะขยายตัว 4% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัว 10.5% ถือเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา
สำหรับเงินฝากนั้น คาดว่าจะเห็นการแข่งขันกับผลิตภัณฑ์การออมและการลงทุนประเภทอื่นๆ ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะกองทุนรวมและประกันชีวิต เพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งทำให้เงินฝากมีโอกาสเติบโตในลักษณะเดือนต่อเดือนที่อาจไม่สูงเท่าเงินให้สินเชื่อได้บ้าง แม้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งจะทยอยออกแคมเปญเงินฝากพิเศษมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าอัตราการเติบโตของเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมคงชะลอลงเข้าหาระดับประมาณ 3.5% เทียบกับระดับ 9.3% เมื่อสิ้นปี 2556
ดังนั้น แนวโน้มสภาพคล่องในช่วงโค้งสุดท้ายของปีจึงอาจตึงตัวขึ้นได้เล็กน้อย ซึ่งก็ยังน่าจะอยู่ในวิสัยที่ธนาคารพาณิชย์สามารถบริหารจัดการได้ โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องปรับอัตราดอกเบี้ย
อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ธนาคารพาณิชย์ติดตามอย่างใกล้ชิดและให้ความสำคัญจะอยู่ที่การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ ว่าจะมีท่าทีเชิงนโยบายที่เปลี่ยนไปหรือไม่ หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจในภาพรวมของปีนี้มีอัตราการขยายตัวต่ำ
การตัดสินใจของ กนง.จะมีผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์เช่นกัน







