
ฟังผู้ว่าธปท.เรื่องตลาดสินเชื่อ
เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย หน่วยงาน 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมสหกรณ์ และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร ได้จัดการประชุมและเสวนา เพื่อให้ข้อมูล สร้างความรู้ ความเข้าใจให้สหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ทราบถึงประโยชน์และหน้าที่ในการเป็นสมาชิกเครดิตบูโร รวมทั้งขั้นตอนต่างๆ ในการเตรียมความพร้อมหากสหกรณ์รายหนึ่งรายใดมีความสมัครใจและยื่นใบสมัครการเป็นสมาชิกเครดิตบูโร ซึ่งในสื่อหลายๆ แห่งคงจะได้ทราบกันแล้วพอสมควร แต่ที่น่าสนใจคือท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านได้บรรยายความตอนหนึ่งเรื่อง “ตลาดสินเชื่อ” พอผมได้ฟังแล้วเห็นว่าดีมาก จึงใคร่ขอนำเอาสิ่งที่จดจากการรับฟังการบรรยายนั้นมาขยายผลต่อในบทความนี้นะครับ
เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย หน่วยงาน 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมสหกรณ์ และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร ได้จัดการประชุมและเสวนา เพื่อให้ข้อมูล สร้างความรู้ ความเข้าใจให้สหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ทราบถึงประโยชน์และหน้าที่ในการเป็นสมาชิกเครดิตบูโร รวมทั้งขั้นตอนต่างๆ ในการเตรียมความพร้อมหากสหกรณ์รายหนึ่งรายใดมีความสมัครใจและยื่นใบสมัครการเป็นสมาชิกเครดิตบูโร ซึ่งในสื่อหลายๆ แห่งคงจะได้ทราบกันแล้วพอสมควร แต่ที่น่าสนใจคือท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านได้บรรยายความตอนหนึ่งเรื่อง “ตลาดสินเชื่อ” พอผมได้ฟังแล้วเห็นว่าดีมาก จึงใคร่ขอนำเอาสิ่งที่จดจากการรับฟังการบรรยายนั้นมาขยายผลต่อในบทความนี้นะครับ
ตลาดสินค้าโดยทั่วไปกับตลาดสินเชื่อต่างกันอย่างไร
ข้อผิดพลาดในตลาดสินเชื่อมีอะไรบ้าง เรื่องที่ 1 : ตลาดสินค้าโดยทั่วไปกับตลาดสินเชื่อต่างกันอย่างไร อธิบายได้อย่างนี้ครับว่า ตลาดสินค้า ผู้ซื้อ ผู้ขาย ตกลงแลกเปลี่ยนในจุดของเวลาเดียวกัน มีการส่งมอบและโอนความเสี่ยงจากผู้ขายไปผู้ซื้อชัดเจน ตรงไปตรงมา เช่น คนขายเสนอขายส้มเบอร์ 3 ราคา 100 บาท/กิโลกรัม คนซื้อตกลง ก็ส่งมอบเงินและรับส้มไปบริโภค แต่ในตลาดสินเชื่อ ผู้ขายสินเชื่อต้องตรวจคุณสมบัติคนที่แจ้งขอซื้อสินเชื่อก่อน เพราะเมื่อส่งมอบเงินที่เป็นสินเชื่อให้คนซื้อ (คนที่ยื่นขอสินเชื่อ) ไปแล้ว การจะได้ต้นเงินกลับมามีความเสี่ยงว่าจะไม่ได้รับคืน หรือได้รับไม่เต็มจำนวน ขณะที่ราคาของเงินที่เป็นสินค้านั้นคือดอกเบี้ยที่คนซื้อ (คนที่ยื่นขอสินเชื่อ) จะต้องจ่ายให้กับคนขาย (สถาบันการเงิน) นั้นก็ไม่แน่ว่าจะได้รับ หรือได้รับเต็มจำนวนหรือไม่ ถ้าได้รับตามคำสัญญาก็เรียกว่าหนี้ดี ถ้าไม่ได้รับตามคำสัญญาก็เรียกว่าหนี้เสีย หนี้เน่า ตามแต่จะว่ากันไป เรื่องที่ 2 : ข้อผิดพลาดในตลาดสินเชื่อมีอะไรบ้าง สถาบันการเงินจะมีลูกค้าผู้ซื้อสินเชื่อ (คนที่ยื่นขอสินเชื่อ) อยู่ 4 แบบ คือ
ลูกค้าคนซื้อ (คนที่ยื่นขอสินเชื่อ) ที่ควรจะขายหรือให้สินเชื่อ และสถาบันการเงินก็อนุมัติสินเชื่อ
ลูกค้าคนซื้อ (คนที่ยื่นขอสินเชื่อ) ที่ไม่ควรจะขายหรือไม่ให้สินเชื่อ และสถาบันการเงินก็ไม่อนุมัติสินเชื่อ
ลูกค้าคนซื้อ (คนที่ยื่นขอสินเชื่อ) ที่ควรจะขายหรือให้สินเชื่อ แต่สถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อ นั่นคือความผิดพลาดที่ไปปฏิเสธคนที่ควรจะได้รับสินเชื่อ (ปฏิเสธลูกค้าดี)
ลูกค้าคนซื้อ (คนที่ยื่นขอสินเชื่อ) ที่ไม่ควรจะขายหรือได้รับสินเชื่อ แต่สถาบันการเงินก็อนุมัติสินเชื่อ นั่นคือความผิดพลาดที่ไปรับคนที่ไม่ควรจะได้รับสินเชื่อ (ยอมรับลูกค้าไม่ดีเข้ามา) ลูกค้า 2 ประเภทหลังนี้เกิดจากกลไกที่อาจจะทำงานไม่สมบูรณ์ในตลาดสินเชื่อ มันเกิดขึ้นเพราะอะไร มันเกิดขึ้นเพราะสถาบันการเงินมีข้อมูลไม่เพียงพอ มองไม่ทะลุ ไม่กล้าตัดสินใจ จึงหลีกเลี่ยงความไม่มีข้อมูลที่สมบูรณ์ด้วยการปฏิเสธ หรือมีข้อมูลไม่พอแต่ยอมเสี่ยงโดยรับเอาลูกค้าที่ไม่ดีเพราะมีข้อมูลไม่พอเข้ามาแล้วก็เจอกับความเสียหาย ท่านผู้อ่านลองนึกดูแบบง่ายๆ คือ เวลามีคนมาขอลูกสาวเราไปแต่งงาน เรามีข้อมูลว่าที่ลูกเขยไม่มากพอ ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี เราไม่ยกให้ (บางทีเราก็เสียโอกาสที่จะได้คนดีมาเป็นลูกเขย) รีบตัดสินใจทั้งที่ข้อมูลไม่พอ (บางทีเราก็จะต้องมาเสียใจว่าได้ยกสิ่งที่รักมากที่สุดให้กับคนที่ ไม่ควรจะยกให้ไปเลย) ในตลาดสินเชื่อจึงต้องมีข้อมูล และข้อมูลที่ว่านั้น หนึ่งในข้อมูลหลายๆ ชุดที่สถาบันการเงินใช้นั้นคือข้อมูลเครดิตบูโรครับ..







