posttoday
กล้า...พอไหม? ห้ามใจไม่โกง (1)

กล้า...พอไหม? ห้ามใจไม่โกง (1)

30 พฤศจิกายน 2557

กล้าไหมที่จะลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนบอกใครๆ ว่า ชีวิตนี้เราไม่เคยโกงสักครั้งเดียว...

กล้าไหมที่จะลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนบอกใครๆ ว่า ชีวิตนี้เราไม่เคยโกงสักครั้งเดียว... ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมี “คนกล้า” แต่ลองถามใจตัวเองอีกนิดว่า ความกล้านี้อาจจะเป็นเพราะเรากำลังโกงตัวเองอยู่

แดน อาเรียลีย์ ศาสตราจารย์สาขาเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรมและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยดุ๊ก รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา เขียนไว้ในหนังสือเรื่อง อ่านทะลุความคิด ด้วยจิตวิทยาแห่งการโกง บอกว่า คนเราจะโกงตราบเท่าที่มีเหตุผลดีๆ ที่ทำให้เราสามารถมองตัวเองว่าเป็นคนซื่อสัตย์พอสมควรได้

ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่แดนค้นพบมันทำให้เจ็บจี๊ดเข้าไปในใจ เพราะหลายข้อที่แดนพูดถึง... นั่นมันเรานี่นา และหลายครั้งที่เราเผลอใจโกงแบบสบายใจไปแล้วด้วยสิ

8 ปัจจัย ปล่อยใจให้โกง (ง่ายขึ้น)

ในฐานะนักวิชาการ แดนตั้งคำถามและทำวิจัยแทบนับไม่ถ้วนเพื่อค้นหาว่าอะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้คนเรามีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ เพื่อนำไปสู่การรับมือและควบคุมพฤติกรรมการโกง และแล้วแดนก็ได้ข้อสรุปว่า มีปัจจัยอยู่ 8 ข้อที่ทำให้คนเรามีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ได้มากขึ้น

1.เราจะโกงมากขึ้น ถ้าสามารถหาเหตุผลดีๆ มารองรับการโกงของเราได้

ตามทฤษฎีของแดน คือ พฤติกรรมของคนเราถูกผลักดันโดยแรงจูงใจสองประการที่อยู่ตรงข้ามกัน โดยขั้วที่หนึ่ง เราอยากจะมองว่าตัวเองเป็นคนซื่อสัตย์และมีเกียรติ เพราะเมื่อเวลาส่องกระจกจะได้รู้สึกดีกับตัวเอง ขณะที่อีกขั้วหนึ่ง เราก็อยากจะตักตวงผลประโยชน์จากการโกงและโกยเงินเข้ากระเป๋าให้ได้มากที่สุด

เพราะฉะนั้นคนเราก็เลยพยายามจะสร้างสมดุลของทั้งสองขั้วนี้ โดยการหาเหตุผลให้กับการโกงของเรา ซึ่งแดนเรียกว่า “ระดับการโกงที่ยอมรับได้”

แดนบอกว่า ยิ่งเราหาเหตุผลมารองรับความเห็นแก่ตัวของเราได้มากขึ้นเท่าไร ระดับความคดโกงที่เรายอมรับได้จะสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้เรารู้สึกสะดวกใจที่จะทำความผิดและโกงมากขึ้นตามไปด้วย

นี่คงเหมือนกับเรื่อง “สินบนสะอาด” ที่ “หางกระดิกหมา” (บรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการ บริษัท ทุนภัทร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเกียรตินาคิน) เขียนไว้ เพื่อนตำรวจของเขายืนกราน แม้ว่าเขาจะรับสินบนและใช้เงินซื้อตำแหน่ง แต่ “อั๊วรับเฉพาะเงินสะอาด” เท่านั้น

คำว่า “เงินสะอาด” ของเขาคนนั้นก็คงเป็น “เหตุผล” ที่มาช่วยให้เขามองตัวเองในกระจกได้อย่างภาคภูมิ เพราะที่เขาเรียกว่าเงินสะอาด ก็เพราะเป็นเงินที่เรียกเก็บมาจากธุรกิจบ่อน ซ่อง หรือเปิดผับเกินเวลา และที่สำคัญ คือ ทุกคนเต็มใจจ่ายและจ่ายแล้วทุกคนมีความสุข

นอกจากนี้ แดนยังบอกอีกว่า คนเรามีแนวโน้มที่จะไม่ซื่อสัตย์มากขึ้น ถ้าผลตอบแทนที่ได้ไม่ใช่เงินและสิ่งที่ไม่ได้สื่อเป็นตัวเงินอย่างชัดเจน เพราะนั่นทำให้เรามีเหตุผลให้ตัวเราว่า มันแค่สิ่งของเล็กน้อย ไม่ใช่เงินก้อนใหญ่ เหมือนกับที่เราแอบหยิบดินสอ ปากกา ของบริษัทมาใช้ที่บ้าน โดยไม่ได้รู้สึกว่านี่คือการโกง

2.ผลประโยชน์ทับซ้อน ที่มาของการโกง

แดนบอกว่า “ผลประโยชน์ทับซ้อน” มีอิทธิพลต่อเราทุกคนและทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เราคิดว่าจะเป็นคนซื่อสัตย์มากน้อยขนาดไหน และมันยังเป็นเรื่องที่ป้องกันการโกง หรือพฤติกรรมที่ซื่อสัตย์ที่เกิดจากผลประโยชน์ทับซ้อนได้ยาก

“อีกต้นตอหนึ่งของผลประโยชน์ทับซ้อน คือ ความต้องการตอบแทนน้ำใจ... เมื่อเราได้รับการช่วยเหลือ หรือได้รับสิ่งของจากใครบางคน เราก็มักรู้สึกติดหนี้คนนั้น ความรู้สึกดังกล่าวจะเข้ามาบิดเบือนมุมมองของเรา และทำให้เรามีแนวโน้มสูงขึ้นที่จะพยายามช่วยเหลือเขาในอนาคต”

นอกจากนี้ “ความสนิทสนม” ยังเพิ่มโอกาสการโกงที่มีที่มาจากผลประโยชน์ทับซ้อนได้มากขึ้น ซึ่งแดนยกตัวอย่างคุณหมอที่เป็นเพื่อนซี้กับตัวแทนขายยาคงจะเต็มใจที่จะสั่งซื้อยาจากบริษัทยาของเพื่อนซี้ โดยที่คุณหมอเองก็ไม่ได้คิดว่ากำลังทำเรื่องที่ไม่เหมาะสมอยู่

แดนตั้งคำถามกับตัวเองในฐานะนักวิชาการว่า “เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะวางตัวเป็นกลางเมื่อมีคนจ่ายเงินแลกกับความคิดเห็นของเรา” ซึ่งในหลายอาชีพเราคงต้องตั้งคำถามนี้กับตัวเองด้วยเหมือนกัน

เมื่อรู้ว่าหลายคนหลายอาชีพ โดยเฉพาะ “อาชีพที่ปรึกษา” ที่อาจจะให้คำแนะนำหลายครั้งไม่เป็นกลางไปบ้าง เพราะถูกครอบงำด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน เขาจึงพยายามหาวิธีป้องกันและทำให้ที่ปรึกษา (รวมทั้งที่ปรึกษาทางการเงิน) ทำตัวเป็นกลางได้มากขึ้น โดยการ “เปิดเผยข้อมูล”

แต่จากการวิจัยของเขาได้ผลที่น่าตกใจ คือ การเปิดเผยข้อมูลยิ่งทำให้ที่ปรึกษาทำตัวไม่เป็นกลางมากขึ้นไปอีก

“ถ้าเราต้องการกำจัดผลประโยชน์ทับซ้อนในหมู่ที่ปรึกษาทางการเงิน ก็ต้องห้ามไม่ให้พวกเขามีแรงจูงใจที่ขัดกับผลประโยชน์ของลูกค้า เช่น ห้ามรับค่านายหน้าจากบริษัทที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน”

อย่างไรก็ตาม แดนก็ยอมรับว่า การขจัดพฤติกรรมที่ไม่ซื่อสัตย์จากผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

“ลองหยุดสักครู่และนึกภาพระบบค่าตอบแทนที่ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อนดูสิครับ แล้วคุณจะเห็นด้วยกับผมว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย”

เพราะฉะนั้น แดนจึงแนะนำให้ผู้บริโภคอย่างเราต้องพึ่งพาตัวเอง ด้วยการตระหนักถึงอันตรายที่มาพร้อมกับผลประโยชน์ทับซ้อน และพยายามมองหาที่ปรึกษา หรือผู้ให้บริการที่ “ดูมีลับลมคมใน” น้อยกว่า

แต่ในที่สุดก็ต้องยอมรับว่า เราอาจจะต้องเจอกับคำแนะนำที่ “ไม่เป็นกลาง” เพราะฉะนั้นถ้าต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ก็ต้องมองหาคำแนะนำที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

3.ยิ่งสร้างสรรค์ ยิ่งเปิดโอกาสโกง!

แทบจะหงายหลังไปเลยที่แดนได้ข้อสรุปว่า ยิ่งคนเรามีความคิดสร้างสรรค์ได้มากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะโกงได้มากขึ้นเท่านั้น เพราะความคิดสร้างสรรค์ช่วยให้เราหา “เหตุผลดี” มารองรับการโกงของเราได้ง่ายขึ้น

“ความคิดสร้างสรรค์ช่วยให้เราคิดค้นวิธีแปลกใหม่มาแก้ปัญหายากๆ ทำให้เรารู้จักแนวทางใหม่ๆ ในการหลบเลี่ยงกฎระเบียบพร้อมตีความเข้าข้างตัวเองด้วย การใช้ความคิดสร้างสรรค์ช่วยให้เราสามารถหาข้ออ้างมาทำให้ตัวเองได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง แถมได้เป็นพระเอกตลอดเวลาโดยไม่ต้องรับบทผู้ร้ายเลย”

เพราะฉะนั้น ความคิดสร้างสรรค์จะช่วยให้เรา “ปั้นเรื่อง” หลอกตัวเองได้ง่ายขึ้น โกงได้มากขึ้น โดยที่คิดว่าตัวเองยังเป็น “คนซื่อมือสะอาด” อยู่เหมือนเดิม

การทดลองที่ยิ่งตอกย้ำความเข้าใจของแดนให้มากขึ้น คือ การทดลองในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งที่ได้ผลว่า นักออกแบบกับนักเขียนคำโฆษณาเป็นกลุ่มคนที่พร้อมจะทำผิดศีลธรรมได้มากที่สุด ขณะที่นักบัญชีเป็นกลุ่มรั้งท้ายที่จะทำความผิด

“ดูเหมือนว่าหากงานของเราจำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เราก็มีแนวโน้มที่จะ ‘ลุยไปเลย’ ในเวลาที่ต้องเลือกว่าต้องซื่อสัตย์หรือไม่”

ความคิดสร้างสรรค์อีกเรื่องหนึ่งที่สมองช่วยคิดค้น “เหตุผล” ให้เราโกงได้อย่างสบายใจมากขึ้น คือ “การแก้แค้น”

แดนพบว่า คนเรามีโอกาสที่จะโกงมากขึ้นเมื่อใครสักคนมาทำให้เราหงุดหงิด เพราะความไม่ซื่อสัตย์จะกลายเป็น “เครื่องมือล้างแค้น” ที่ทำให้เราบอกกับตัวเองได้ว่า ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย และที่ทำไปก็เพื่อทำให้หายแค้นเท่านั้น

ยังเหลืออีก 5 ปัจจัยที่ทำให้เราโกงได้ง่ายขึ้น คงต้องรออ่านกันในสัปดาห์หน้า

แต่กว่าจะถึงสัปดาห์หน้า ขอให้รีบไปหาหนังสือเรื่อง อ่านทะลุความคิด ด้วยจิตวิทยาแห่งการโกง (แปลโดย พรเลิศ อิฐฐ์ และวิโรจน์ ภัทรทีปกร สำนักพิมพ์วีเลิร์น)

เพราะแม้ว่าเราจะไม่สามารถไปห้ามไม่ให้คนอื่นหยุดพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ได้ แต่อย่างน้อยทุกครั้งที่เรามีโอกาสจะโกง ตัวหนังสือในหนังสือเล่มนี้น่าจะคอยกระตุกเตือนให้เรารู้ทันความคิดตัวเราเอง และห้ามใจไม่ให้โกง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท