
ฉากสุดท้าย...คุก เกริกเกียรติ ชาลีจันทร์
...ทีมข่าวการเงิน
เรียกได้ว่าคดีทุจริต ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ (บีบีซี) เป็นคดีประวัติศาสตร์ที่คนไทยต้องรอลุ้นนับสิบปี กว่ากระบวนการ ยุติธรรมจะส่งผล
กระทั่งล่าสุด ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตประกันตัว เกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการแบงก์บีบีซี เท่ากับว่าต้องนอนคุกอย่างเด็ดขาด
โดยเมื่อวานนี้ ศาลได้มีคำพิพากษาจำคุกเกริกเกียรติ เป็นเวลา 150 ปี และปรับ 359 ล้านบาท ในคดีอนุมัติสินเชื่อให้กับบริษัท ซีลาร์ อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส ร่วมกับผู้บริหารบีบีซีและผู้ถือหุ้นรวม 30 ครั้ง เป็นเงิน 322 ล้านบาท
มีการนำโฉนดที่ดิน อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย และที่ดินอื่นๆ รวม 2,500 ไร่ และหุ้นบริษัทอื่นอีก 2 แห่ง ที่มีการเปลี่ยนสลับไปมา เอามาเป็นหลักประกันหนี้อ้างว่ามูลค่ารวม 700 ล้าน
ด้วยการใช้วิธีประเมินราคาสูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งระหว่างการขอกู้ครั้งแรกปรากฏว่าบริษัทไม่ได้มีสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวจริงด้วยซ้ำ
ภายหลังบริษัทได้ซื้อที่ดินแล้วนำมาจดจำนองกับบีบีซีอีกครั้ง โดยประเมินมูลค่า 430 ล้านบาท
ขณะที่การอนุมัติสินเชื่อไม่มีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือตามระเบียบของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ พ.ร.บ.หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2535
ต่อมาถึงกำหนดชำระหนี้ บีบีซีไม่สามารถบังคับชำระหนี้ได้ เนื่องจากที่ดินดังกล่าว และหุ้นที่นำมาค้ำประกันไม่มีมูลค่าจริง รวมมูลค่าเสียหาย ซึ่งเป็นเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย รวม 902 ล้านบาท
แม้เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เกริกเกียรติ จะยื่นหลักทรัพย์ 10 ล้านบาท ขอประกันตัว พร้อมอ้างเหตุว่าป่วยเป็นมะเร็งปอด ลิ้นหัวใจรั่ว แต่ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีมีพฤติการณ์ ร้ายแรง ขณะที่ค่าปรับจำนวนมาก ประกอบกับจำเลย ถูกพิพากษาจำคุกคดีอื่นๆ อีกหลายสำนวน ดังนั้นเกรงว่าจำเลยจะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าปรับ จึงยกคำร้องไม่อนุญาตให้ประกันตัว
โดย ผดุงพันธ์ จันทะโร ทนายความ เตรียมยื่นอุทธรณ์สู้คดี ขณะเดียวกันจะใช้สิทธิยื่นฎีกา เพื่อขอให้พิจารณาการให้ประกันตัวต่อไปด้วย โดยขณะนี้เกริกเกียรติถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
ผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ยังมี เอกชัย อธิคมนันทะ อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่แบงก์บีบีซี, วันชัย ธรรมธิติวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารเงินและวานิชธนกิจแบงก์บีบีซี
เกษมสันต์ ศรีทองแท้ และ ธนากร ปิติสเถียร ผู้ถือหุ้นบริษัทซีลาร์ อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส ในความผิดฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์
ก่อนหน้านี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้มีคำพิพากษาเคยมีคำพิพากษาคดียักยอกทรัพย์บีบีซี ที่ เกริกเกียรติ ตกเป็นจำเลย ไปแล้วหลายสำนวน จำคุกเป็นเวลา 100 ปี และปรับเป็นเงิน 472 ล้านเหรียญสหรัฐ และปรับเป็นสกุลเงินไทย รวม 4,291 ล้านบาท
สิ่งที่ทำให้เกริกเกียรติ ตกที่นั่งลำบากมากขึ้น คือการ
“กลับมา” ของราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษาแบงก์บีบีซีตัวแสบ ที่หนีไปอยู่ที่แคนาดานับสิบปีคดียักยอกเงินบีบีซีของราเกซ ส่วนใหญ่ล้วนมีเกริกเกียรติเปิดทางให้ทั้งสิ้น
ถูกอัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญารวม 10 สำนวน มูลค่าความเสียหายกว่า 2 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย
ไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติสินเชื่อให้กับบริษัท สตาร์ลัค ฟุตแวร์ (บี.วี.ไอ.) จำนวน 139 ล้านบาท
การอนุมัติสินเชื่อระยะสั้นให้ อัคนัน คาช็อคกี้ นักธุรกิจซาอุดีอาระเบีย โดยใช้บัตรผ่านรายการอนุมัติสินเชื่อผ่านระบบคอมพิวเตอร์ลูกค้าบีบีซี และประเมินราคาหลักทรัพย์ค้ำประกันเกินมูลค่าจริง ความเสียหายรวมทั้งสิ้น 2,003 ล้านบาท
การอนุมัติสินเชื่อแบบเร่งด่วน บริษัท ซัพพอร์ต ซิสเต็มส์ โดยใช้บัตรผ่านรายการ รวม 266 ครั้ง มูลค่า 1,988 ล้านบาท
ที่แสบสันคือกรณีอนุมัติสินเชื่อโดยประเมินราคาที่ดินสูงเกินจริง ในพื้นที่ต.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์, ต.ท้ายน้ำ ต.โพนทะเล ต.หนองพะยอม อ.โพทะเล อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร, ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี, ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ รวมค่าเสียหาย 7,015 ล้านบาท เป็นต้น
5.คดีหมายเลขที่ อ.798/2553 อัยการเศรษฐกิจ ฯ 3 ยื่นฟ้องวันที่ 25 ก.พ.53 กรณีวันที่ 5 ส.ค.37 4 มี.ค.39 อนุมัติสินเชื่อสร้างความเสียหายแก่บีบีซีเป็นเงิน 1,425,674,377.74 บาท
6.คดีหมายเลขดำที่ อ.799/2553 อัยการเศรษฐกิจ ฯ 3 ยื่นฟ้องวันที่ 25 ก.พ.53 กรณีวันที่ 13 ม.ค.38 4 มี.ค.39 อนุมัติสินเชื่อสร้างความเสียหายแก่บีบีซีเป็นเงิน1,352,700,684.93บาท
7.คดีหมายเลขดำที่ อ.800/2553 อัยการเศรษฐกิจ ฯ 3 ยื่นฟ้องวันที่ 25 ก.พ.53 กรณีวันที่ 13 ก.ค.37 12 มี.ค.39 อนุมัติสินเชื่อสร้างความเสียหายแก่บีบีซีเป็นเงิน 2,156,569,798.21 บาท
8.คดีหมายเลขดำที่ อ.983/2553 อัยการเศรษฐกิจ ฯ 1 ยื่นฟ้องวันที่ 12 มี.ค.53 กรณีเมื่อวันที่ 17 ต.ค.37 4 มี.ค.39 อนุมัติสินเชื่อสร้างความเสียหายแก่บีบีซีเป็นเงิน 1,236,975,502.62 บาท
9.คดีหมายเลขดำที่ อ.984/2553 อัยการเศรษฐกิจ ฯ 3 ยื่นฟ้องวันที่ 12 มี.ค.53 กรณีเมื่อวันที่ 5 ส.ค.37 4 มี.ค.39 อนุมัติสินเชื่อสร้างความเสียหายแก่บีบีซีเป็นเงิน 1,425,674,377.74 บาท
10.คดีหมายเลขดำที่ อ.1449/2553 อัยการเศรษฐกิจ ฯ 2 ยื่นฟ้องวันที่ 29 เม.ย.53 กรณี เมื่อวันที่ 11 พ.ค.38 26 ก.ค.39 ได้อนุมัติสินเชื่อซื้อตั๋วสัญญาธนาคารเนชั่นแนลเครดิตแบงค์ , ธนาคารเซฟวิ่งแบงค์ ออฟ เดอะ รัสเซียเฟเดอเรชั่น และบริษัทเอเซซ คอร์บอเรท โฮลดิ้ง แอนด์ ไฟแนนท์ อิงค์ และบริษัท อาร์คาเดีย แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นพวกของนายราเกซ แล้วนำเงินส่วนมาซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบีบีซี โดยมีบริษัทของพวกนายราเกซเป็นผู้สั่งจอง รวมมูลค่าความเสียหายบีบีซี 48,971,354.73 เหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้สำนวนแรกที่อัยการยื่นฟ้องนายราเกซ ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อได้รับตัวจากประเทศแคนาดากลับมาดำเนินคดีตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน คือ คดีหมายเลขดำ อ.3054/2552 ที่อัยการเศรษฐกิจ ฯ 3 ยื่นฟ้องวันที่ 23 พ.ย.52 กรณีวันที่ 10 ก.พ. 27 ก.ค.38 ที่มีการอนุมัติสินเชื่อให้ บมจ.ซิตี้เทรดดิ้ง ฯ มูลค่า 1,657 ล้านบาท
***
(3พ.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 711 ศาลอาญา เวลา 15.00 น. ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.754/2553 ที่ นายสมพร แย้มนิล อัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษานายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หรือบีบีซี เป็นจำเลย กระทำผิดพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535
ตามฟ้องเมื่อวันที่ 23 ก.พ.53 ระบุ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 8 พ.ค.38 จำเลยกับพวก ได้กระทำการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและผู้อื่นโดยร่วมกันเบียดบังยักยอกเอาทรัพย์ของบีบีซี ผู้เสียหาย ซึ่งนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ กก.ผจก.ใหญ่บีบีซี , นายวันชัย ธรรมธิติวัฒน์ และนายเอกชัย อธิคมนันทะ ผช.กก.ผจก.ใหญ่ บีบีซี เป็นผู้ครอบครองไปเป็นของจำเลยกับพวก รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,015,096,109.23 บาท ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 3 , 4 , 307 , 308,311,315,334 ให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้เงิน 7,015,096,109.23 บาท แก่บีบีซีผู้เสียหาย
โดยนายราเกซ ได้แถลงผ่านล่ามผู้แปลภาษาต่อศาลว่า ยังไม่มีทนายความ จึงขอให้ศาลเป็นจัดหาทนายความให้ ด้านอัยการได้แถลงต่อศาลว่า ขณะนี้อัยการอยู่ระหว่างรอหนังสือตอบจากทางการแคนาดาเพื่อดำเนินคดีเกี่ยวข้องกับบีบีซีสำนวนอื่น นอกเหนือจากคดีทุจริตการปล่อยกู้ให้ บริษัทซิตี้เทรดดิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ใช้ขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาตามสนธิสัญญา จึงขอเลื่อนนัดตรวจหลักฐานออกไปก่อน
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ร่างกายของจำเลยก็ไม่แข็งแรง ต้องนั่งเข็น และจำเลยมีคดีที่อยู่ศาลหลายสำนวนการต้องมาศาลเพื่อตรวจหลักฐานทุกครั้งคงไม่สะดวก จึงเห็นควรให้นัดตรวจหลักฐานพร้อมกันในทุกสำนวน วันที่ 31 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ส่วนที่นายราเกซ ได้ยื่นคำร้องโต้แย้งประเด็นข้อกฎหมายและขอให้ศาลยกฟ้องคดีนั้น ศาลเห็นควรให้รอฟังคำสั่งในวันที่ 31 พ.ค. นี้เช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่นายราเกซ ถูกอัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญา รวม 10 สำนวน มูลค่าความเสียหายกว่า 20,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
1. คดีหมายเลขดำที่ อ.302/2553 อัยการคดีเศรษฐกิจ ฯ 3 ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 27 ม.ค.53 กรณีเมื่อวันที่ 27ม.ค.38 29 ม.ค.39 อนุมัติสินเชื่อให้กับบริษัท สตาร์ลัค ฟุตแวร์ (บี.วี.ไอ) จำกัด จำนวน 139,008,393.23 บาท
2.คดีหมายเลขดำที่ อ.691/2553 อัยการเศรษฐกิจ ฯ 1 ยื่นฟ้องวันที่ 19 ก.พ.53 กรณีเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 5 ต.ค.38 มีการอนุมัติสินเชื่อระยะสั้นให้นายอัคนัน คาช็อคกี้ นักธุรกิจซาอุดิอาระเบีย โดยใช้บัตรผ่านนรายการอนุมัติสินเชื่อผ่านระบบคอมพิวเตอร์ลูกค้าบีบีซี และประเมินราคาหลักทรัพย์ค้ำประกันเกินมูลค่าจริง ความเสียหายรวมทั้งสิ้น 2,003,344,485.67 บาท
3.คดีหมายเลขดำที่ อ.692/2553 อัยการเศรษฐกิจ ฯ 2 ยื่นฟ้องวันที่ 19 ก.พ.53 กรณีเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 38 27 มี.ค.39 มีการอนุมัติสินเชื่อแบบเร่งด่วน บริษัทซัพพอร์ต ซิสเต็มส์ จำกัด โดยใช้บัตรผ่านรายการ รวม 266 ครั้ง มูลค่า 1,988,718,475.91 บาท
4.คดีหมายเลขที่ อ.754 / 2553 อัยการเศรษฐกิจ ฯ 3 ยื่นฟ้องวันที่ 23 ก.พ.53 กรณีเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 8 พ.ค.38 กรณีอนุมัติสินเชื่อโดยประเมินราคาที่ดินสูงเกินจริง ในพื้นที่. ต.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์,ต.ท้ายน้ำ,ต.โพนทะเล,ต.หนองพะยอม,อ.โพทะเล,อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร,ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ,ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ รวมค่าเสียหาย 7,015,096,109.23 บาท
5.คดีหมายเลขที่ อ.798/2553 อัยการเศรษฐกิจ ฯ 3 ยื่นฟ้องวันที่ 25 ก.พ.53 กรณีวันที่ 5 ส.ค.37 4 มี.ค.39 อนุมัติสินเชื่อสร้างความเสียหายแก่บีบีซีเป็นเงิน 1,425,674,377.74 บา







