
มาม่า4บาทช่วยชาติ
ผู้ผลิตยอมเฉือนเนื้อ ร่วมแจกของขวัญปีใหม่กับรัฐบาล มาม่าเหลือซองละ 4 บาท แถลงอีกครั้ง 17 ธ.ค.นี้
“ฉัตรชัย” ส่งมอบสินค้าของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน 24-30 ธ.ค. ลดราคา 20-70% เปิดตัว 17 ธ.ค.นี้ ด้านซัพพลายเออร์กัดฟันขายขาดทุนเพื่อชาติ ส่วนห้างเชื่อกระตุ้นกำลังซื้อได้บ้าง
ผู้ผลิตยอมเฉือนเนื้อ ร่วมแจกของขวัญปีใหม่กับรัฐบาล มาม่าเหลือซองละ 4 บาท แถลงอีกครั้ง 17 ธ.ค.นี้
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้ประกอบการและผู้บริหารห้างสรรพสินค้า 36 ราย เพื่อออกแพ็กเกจของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย ว่า ผู้ประกอบการทั้งหมดให้ความร่วมมือเข้าร่วมโครงการของรัฐบาล โดยงานจะมีขึ้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 24-30 ธ.ค. 2557 มีสินค้าร่วมลดราคา 20-70% ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเบื้องต้นผู้ประกอบการยืนยันที่จะลดราคาตั้งแต่ 20-70% และจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ธ.ค.นี้
“ราคาจะลดมากเท่าไหร่นั้น ยังไม่ขอระบุ รอวันที่ 17 ธ.ค. แต่ยืนยันว่าราคาสินค้าที่นำมาลดจะต่ำกว่าราคาขายในปัจจุบันอย่างแน่นอน” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงยังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อหามาตรการของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนเพิ่มเติม
นายเวทิต โชควัฒนา รองประธานผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” เปิดเผยว่า บริษัทจะนำสินค้าจำนวนมากมาลดราคาขายให้มากกว่าปกติ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติ ถือว่าการลดราคาครั้งนี้แรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และทำให้ทุกคนมีความสุขได้ เช่น มาม่า ปกติซองละ 6 บาท จะขายเพียงซองละ 4.10 บาทเท่านั้น
แม้จะทำให้บริษัทขาดทุนก็ตาม แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะขาดทุนเท่าไร ต้องดูละเอียดรายการสินค้าที่จะนำมาลดราคาก่อนว่ามีจำนวนเท่าไร และจะลดราคาได้กี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องที่ต้องการให้ห้างฯลดค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากซัพพลายเออร์นั้น กำลังพูดคุยกันอยู่ น่าจะตกลงกันได้ เพราะทุกคนพร้อมจะช่วย
“ภาคเอกชนพร้อมให้ความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์อย่างเต็มที่ และลดราคาขายมากกว่าปกติ แม้จะขาดทุนก็ตาม ซึ่งยังไม่รู้ว่าขาดทุนเท่าไหร่ ถือว่าในช่วง 7 วันนี้ เรายอมเฉือนเนื้อตัวเองเพื่อช่วยชาติ” นายเวทิต กล่าว
สำหรับโครงการลดราคาสินค้าเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ จะเป็นความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตสินค้า หรือซัพพลายเออร์ ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ และร้านสะดวกซื้อ ที่เข้าร่วมโครงการ 15 ราย มีสาขาทั่วประเทศ 12,763 สาขา ซึ่งจะนำสินค้ามาลดราคาทุกแผนกทุกสาขาให้กับประชาชนได้แก่ เทสโก้โลตัส แม็คโคร บิ๊กซี ห้างเซ็นทรัล ห้างโรบินสัน ห้างเดอะมอล์ ห้างตั้งฮั่วเส็ง ท๊อปส์ซุปเปอร์มาเก็ต ฟูดแลนด์ แม็คแวลู เจซี มาร์ท เซเว่นอีเลฟเว่น แฟมิลี่มาร์ท ลอว์สัน 108และ ซีพีเฟรซมาร์ท
สินค้าที่นำมาลดราคาทุกชั้นทุกแผนกตั้งแต่ 20-70% ได้แก่อาหารเครื่องดื่ม เช่น ข้าวถุง ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำดื่ม ของใช้ประจำวัน เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก กลุ่มเครื่องแต่งกายเสื้อผ้า เช่น ชุดชั้นใน เครื่องหนัง ของใช้ในครัวเรือน เช่น เครื่องครัว เครื่องนอน เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์การเรียน
“การประชุมวันนี้ ผมมีความสุข ที่จะมีโครงการของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ซึ่งนอกจากกลุ่มสินค้าแล้ว ยังมีอีกหลายเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์กำลังมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือภายในกระทรวงฯ แต่อาจต้องรอเวลาหน่อย ซึ่งกระทรวงฯก็ขอความร่วมมือกับประชาชนว่าอย่าซื้อสินค้า เพื่อเป็นการกักตุน โดยต้องการให้ซื้อเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนสำคัญ ซื้อเพื่อใช้ ซื้อเพื่อบริโภคจะดีกว่า” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
ด้านนายอภิสิทธิ์ ปิติยานุเคราะห์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซนเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงปีใหม่ทุกปี ห้างฯมีโปรโมชั่นลดราคาสินค้าอยู่แล้ว 30-80% เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภค สำหรับโครงการลดราคาสินค้าเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนระหว่างวันที่ 24-30 ธ.ค.นี้ ห้างฯพร้อมให้ความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์เต็มที่ โดยจะลดราคาขายสินค้าในห้างมากกว่าอัตราที่ลดในช่วงโปรโมชั่น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะมีสัญลักษณ์ปิดไว้ที่สินค้า เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ ส่วนกรณีที่ซัพพลายเออร์ต้องการให้ห้างค้าปลีกลดค่าธรรมเนียมต่างๆให้นั้น ห้างฯคุยกับซัพพลายเออร์อยู่แล้ว และยืนยันจะลดให้แน่นอน แต่ห้างฯก็ต้องการให้ซัพพลายเออร์ยืนยันจะส่งสินค้าให้ไม่ขาดด้วย
“อย่างข้าวสารบรรจุถุง ซัพพลายเออร์บอกจะส่งสินค้าเข้าร่วมโครงการนี้ 1 หมื่นกระสอบ เพื่อส่งไปยังห้างค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ก็ต้องรับรองว่า จะกระจายไปอย่างทั่วถึง และไม่เกิดภาวะขาดตลาด เพราะถ้าสินค้าขาดตลาด ห้างฯต้องเดือดร้อน และถูกประชาชนตำหนิ หรือร้องเรียนได้”
ด้านแหล่งข่าวจากค้าปลีกรายใหญ่แห่งหนึ่ง กล่าวว่า ปกติช่วงปลายปีห้างฯจะมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าส่งท้ายปี 3070% อยู่แล้ว แต่ปีนี้ก็พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ โดยจะลดสินค้า 500 กว่ารายการ ซึ่งต้องขอขอบคุณซัพพลายเออร์ที่ยอมลดราคาสินค้าลงมาให้ ส่วนเรื่องการลดค่าธรรมเนียมในส่วนของห้างสรรพสินค้าไม่ได้มีปัญหากับซัพพลายเออร์เรื่องนี้ เพราะส่วนใหญ่กลุ่มที่ต้องการให้ลดค่าธรรมเนียมจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขายซุปเปอร์มาร็เก็ต หรือห้างค้าปลีกมากกว่า
“โครงการลดราคาสินค้าเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้หรือไม่ มองว่าก็น่าจะดีขึ้นบ้าง ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ซึ่งในเดือนธ.ค.กำลังซื้อน่าจะกลับมากระเตื้องขึ้นบ้าง จากก่อนหน้านี้ที่ซบเซาตามภาวะเศรษฐกิจ ก็ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ”
นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า โครงการนี้จัดในช่วงสั้นๆไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ได้ผลในการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชน และสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งปกติทุกห้างและเอกชนก็จะมีแคมเปญพิเศษกันอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้จะได้ภาพเรื่องพลังความร่วมมือ และบางกลุ่มสินค้าจะมีสินค้าราคาไฮไลต์ ลดกว่าปกติที่ลดกันอยู่







