
ฟาร์ม‘ลาฟคาลาฟคา’ โอกาสในวิกฤตแดนหมีขาว
เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา หลังรัฐบาลรัสเซียภายใต้การปกครองของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน
โดย...เสาวลักษณ์ ขันกสิกรรม
เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา หลังรัฐบาลรัสเซียภายใต้การปกครองของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ประกาศมาตรการคว่ำบาตรห้ามนำเข้าสินค้าประเภทอาหารหลายชนิดจากซีกโลกตะวันตก เพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจตะวันตก ส่งผลให้ร้านขายของชำทั้งปลีกและส่งในรัสเซียขาดแคลนสินค้าอย่างหนักจนต้องวิ่งหาซัพพลายเออร์รายใหม่
วิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ กลายมาเป็นโอกาสแก่ บอริส เอคิมอฟ วัย 36 ปี หนึ่งในผู้ก่อตั้งสหกรณ์ฟาร์มออร์แกนิก “ลาฟคาลาฟคา” เนื่องจากเจ้าของร้านชำในรัสเซียต่างก็โทรศัพท์ไปสอบถามและสั่งสินค้าประเภทอาหารปริมาณมหาศาลจากผู้บริหารฟาร์มเคราดกหนารายนี้ ที่ดำเนินงานฟาร์มออร์แกนิก “ลาฟคาลาฟคา” อันมีความหมายว่า “ร้านเล็กๆ” ตามภาษารัสเซีย มาแล้ว 5 ปี และมีเกษตรกรชาวรัสเซียเป็นสมาชิกราว 100 ราย
“สิ่งสำคัญที่ตามมาจากมาตรการคว่ำบาตร คือ การเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้คน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และประชาชนทุกคน พวกเขาเริ่มคิดว่าแหล่งอาหารมาจากไหนมากขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้เกษตรกรท้องถิ่น พัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก จนผมแทบไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง” เอคิมอฟ ให้สัมภาษณ์ในร้านอาหารใหม่บรรยากาศสบายๆ ใจกลางกรุงมอสโกของตนเอง
สอดคล้องกับความเห็นของเกษตรกรชาวรัสเซียบางส่วนที่รู้สึกว่าได้รับประโยชน์จากมาตรการคว่ำบาตรที่เกิดขึ้น โดย จัสตัส วอล์กเกอร์ เกษตรกรรายย่อยในไซบีเรีย แสดงทัศนะเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า ในที่สุดตนเองก็สามารถขายเนยแข็งมอสซาเรลลาที่ผลิตขึ้นเองได้ หลังสินค้าประเภทดังกล่าวที่มีราคาถูกกว่าจากอิตาลีไม่สามารถนำเข้ามาจำหน่ายได้เช่นเดิม
นอกจากนี้ สินค้าประเภทสัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีก ก็เป็นตัวอย่างสำคัญอีกประเภทที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการคว่ำบาตร จนประชาชนชาวรัสเซียเริ่มหันมาประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงไก่เพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ร้านลาฟคาลาฟคา เปิดให้บริการครั้งแรกตั้งแต่ปี 2009 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเป็นทางเลือกด้านอาหารสุขภาพสำหรับประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งเริ่มต้นให้บริการจัดส่งสินค้าประเภทอาหารออร์แกนิกในระดับเล็กๆ ไปยังเมืองหลวง กรุงมอสโก จากนั้น บริษัทแห่งนี้ก็เริ่มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลิตภัณฑ์ที่ทางร้านจำหน่าย เป็นสินค้าออร์แกนิกทั้งหมดกว่า 800 รายการ ตั้งแต่เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว ผลิตภัณฑ์นม แยม ผักและผลไม้กระป๋องและแบบแช่แข็ง รวมถึงจัดสินค้าเป็นกระเช้าหรือชุดของขวัญด้วย
ปี 2013 ลาฟคาลาฟคามีผลประกอบการสูงถึง 15 มิโอรูเบิล ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านสั่งสินค้าผ่านทางออนไลน์ โดยเฉพาะลูกค้าออนไลน์ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในมอสโก นอกจากนี้ลาฟคาลาฟคายังขยายสาขาร้านจำหน่ายสินค้าอินทรีย์และร้านอาหารเพิ่มเติมมากขึ้นทั้งในกรุง
มอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อปีที่ผ่านมาด้วย
เอคิมอฟ ระบุว่า ความท้าทายสำคัญของธุรกิจเกษตรอินทรีย์นี้ คือการรับรองผลิตภัณฑ์สินค้าออร์แกนิกที่ยังยุ่งยากและซับซ้อน มีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ผ่านการรับรองดังกล่าว โดยผลิตภัณฑ์ของลาฟคาลาฟคาได้รับการรับรองแล้วราว 200 รายการ ส่วนสินค้าประเภทอื่นๆ อยู่ระหว่างการพิจารณาตามมาตรฐานที่แสนจะเข้มงวด เพื่อให้
ผู้บริโภคมั่นใจว่าสินค้าที่บริโภคปลอดภัย 100%
นอกจากนั้น เกษตรกรที่เป็นผู้ส่งสินค้าหลักแก่ลาฟคาลาฟคา ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทางบริษัทให้ความสำคัญ โดยต้องทำความเข้าใจว่าดำเนินงานไปในแนวทางเดียวกัน เข้าใจคุณค่าของระบบนิเวศ และทุกขั้นตอนการผลิตต้องเป็นรูปแบบเกษตรอินทรีย์เท่านั้น







