posttoday
ญี่ปุ่นผนึกไทยลุยจีเอ็มเอส

ญี่ปุ่นผนึกไทยลุยจีเอ็มเอส

28 พฤศจิกายน 2557

หวังใช้เป็นประตูเชื่อมต่อสู่จีนอินเดียเน้นพัฒนาเอสเอ็มอีร่วมประเทศเพื่อนบ้าน

หวังใช้เป็นประตูเชื่อมต่อสู่จีนอินเดียเน้นพัฒนาเอสเอ็มอีร่วมประเทศเพื่อนบ้าน

ญี่ปุ่นมุ่งพัฒนาจีเอ็มเอส หวังใช้เป็นประตูเชื่อมจีน อินเดีย พร้อมนำเอสเอ็มอีไทยบุกเพื่อนบ้านพร้อมร่วมมือไทยร่วมพัฒนาเอสเอ็มอีประเทศเพื่อนบ้าน พาผู้ซื้อจับคู่ผู้ขาย

นายทากามาสะ ฟูจิโอกะ ผู้อำนวยการศูนย์ญี่ปุ่น สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) มากกว่าการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว แต่จีเอ็มเอสจะเป็นประตูเชื่อมไปสู่จีนและอินเดียได้ด้วย

ในมุมมองของประเทศญี่ปุ่นไม่ได้มองที่การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แต่มองไกลไปกว่าแค่อาเซียน 10 ประเทศ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอาเซียนได้เกิดขึ้นไปแล้ว

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นพยายามพัฒนาอุตสาหกรรมในรูปแบบคลัสเตอร์ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ จากนั้นจะขยายฐานตลาดเข้าสู่จีเอ็มเอสเพื่อเชื่อมโยงไปยังอินเดียผ่านท่าเรือทวายและเข้าสู่ประเทศจีน เพราะประเทศในกลุ่มจีเอ็มเอสมีชายแดนติดกับจีน

สำหรับไทยและญี่ปุ่นอยู่ในฐานะเป็นพันธมิตรกัน เพื่อร่วมมือกันพัฒนากลุ่มประเทศลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนาม เพราะหากไทยไม่ช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน ไทยจะไม่สามารถก้าวสู่ประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้ เพราะไทยยังต้องการทรัพยากรและแรงงานจากเพื่อนบ้าน ขณะที่ญี่ปุ่นก็ต้องร่วมกับไทยเพื่อพัฒนาไปร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันที่โครงการทวายชะลอการพัฒนา ถือเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง เพราะโครงการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากญี่ปุ่นสามารถจะมาใช้ท่าเรือทวายเชื่อมโยงไปยังอินเดีย โดยรัฐบาลญี่ปุ่นพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลไทย พม่า และญี่ปุ่นอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ศูนย์ญี่ปุ่นร่วมกับสถาบันแม่โขง พาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 16 คลัสเตอร์ จากกลุ่มประเทศกัมพูชา เวียดนาม ลาว และพม่า มาจับคู่ธุรกิจร่วมกับผู้ซื้อจากประเทศไทยและญี่ปุ่นกว่า 60 ราย เพื่อให้ผู้ซื้อได้มีโอกาสนำสินค้าจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านมาจำหน่าย อีกทั้งยังเป็นการร่วมมือกันพัฒนาสินค้าให้เป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกอบการไทยและเอสเอ็มอีจากประเทศเพื่อนบ้าน

นายมัดฮัดจ์ยา คูมาร์ ดุตต้า ผู้จัดการโครงการด้านการค้าและการลงทุน สถาบันแม่โขง กล่าวว่า สถาบันได้รับการสนับสนุนจากนิวซีแลนด์ ในการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในกลุ่มประเทศจีเอ็มเอส ซึ่งสถาบันได้เข้าไปจัดกลุ่มคลัสเตอร์ให้กับผู้ผลิต โดยสามารถจัดตั้งได้ 23 คลัสเตอร์ เช่น กลุ่มเกษตร พลาสติก หัตถกรรม และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ได้ให้ความรู้ผู้ผลิตในด้านการผลิต เทคโนโลยี รวมถึงจับคู่ผู้ซื้อกับผู้ขายให้มาเจอกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อให้ข้อมูลด้านการค้าเสรีต่างๆ แก่เอสเอ็มอี รวมถึงจับคู่ผู้ซื้อกับผู้ขายให้มาเจอกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน โดยผู้ซื้อจะสามารถช่วยเหลือผู้ผลิตสามารถผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของตลาด

ทั้งนี้ การเข้าไปพัฒนาเอสเอ็มอีจะเป็นตัวช่วยให้ผู้ประกอบการและประชาชนที่มีรายได้น้อยมีอาชีพ ซึ่งผู้ผลิตจะสามารถผลิตสินค้าที่เป็นความต้องการของตลาดได้ โดยประเทศไทยเหมาะที่สุดที่จะเป็นต้นแบบในการพัฒนา เพื่อขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเอสเอ็มอีของประเพื่อนบ้าน

“ก่อนเข้าไปพัฒนาศักยภาพการผลิตของเอสเอ็มอียังอยู่ในระดับต่ำ ผลิตแต่สินค้าโดยไม่มีการเพิ่มมูลค่า และสินค้าก็ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ดังนั้นการจับคู่ธุรกิจจึงไม่ใช่แค่การซื้อขายสินค้า แต่ยังหมายถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันอีกด้วย” นายดุตต้า กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท