
ชงตั้งสถาบันลุยกลุ่มสูงวัย
ชงรัฐบาลชุดใหม่ จัดตั้งสถาบันฯเทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ หนุนพัฒนาเทคโนโลยี ภาคบริการ รับตลาดผู้สูงอายุ คนพิการ
ชงรัฐบาลชุดใหม่ จัดตั้งสถาบันฯเทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ หนุนพัฒนาเทคโนโลยี ภาคบริการ รับตลาดผู้สูงอายุ คนพิการ
น.ส.วันทนีย์ พันธชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สถาบันเทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ เปิดเผยว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เตรียมเสนอขอจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้สูงอายุต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้ ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่คนพิการและผู้สูงอายุฯสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ อุตสาหกรรม ภาคบริการสำหรับตลาด ผู้พิการและผู้สูงอายุโดยเฉพาะ
สำหรับการเสนอจัดตั้งสถาบัน เทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้สูงอายุที่ผ่านมา ได้มีการหารือและทำร่างการจัดตั้งสถาบันฯ มาแล้วประมาณ 4 ครั้ง โดยวางรูปแบบองค์กรเป็นองค์กรมหาชนอิสระ แยกออกจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แต่ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี
ทั้งนี้ ปัจจุบันคนพิการมีการทำงานรวมประมาณ 3.6 แสนคน จากคนพิการทั่วประเทศรวมประเทศ 1.4 ล้านคน สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ 1.46 หมื่นล้านบาท โดยหากมีการส่งเสริมคนพิการและสนับสนุนการวิจัยพัฒนาในด้านต่างๆ เทคโนโลยีเพื่อคนพิการแล้ว จะทำให้คนพิการสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้มากขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% ทำ ให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจต่อปีเพิ่มเป็น 2.7 หมื่นล้านบาท และภายใน 4 ปีข้างหน้า จะสร้างมูลค่าเพิ่มรวมกว่า 1.8 แสนล้านบาท
ขณะที่กลุ่มคนผู้สูงอายุ มีการทำงานในปัจจุบัน 3.2 ล้านคน สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ 1.47 แสนล้านบาท หากภาครัฐมีการส่งเสริมและสนับสนุนมากขึ้น มีการขยายกลุ่มอายุทำงานของผู้สูงอายุเป็น 7080 ปี เชื่อมั่นว่าจะทำให้มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจต่อปีเพิ่มเป็น 1.2 แสนล้านบาท ภายใน 4 ปีข้างหน้าไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท โดยรวมแล้วจะสามารถเพิ่มมูลค่าจากคนพิการและคนสูงอายุภายใน 4 ปีข้างหน้าประมาณ 7 แสนล้านบาท
“มีการประเมินว่า ภายในปี 2563 กลุ่มผู้สูงอายุจะเพิ่มอีก 10 ล้านคน และคาดว่าภายในปี 2583 กลุ่มผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็น 20 ล้านคน โดยกลุ่มนี้ยังมีคนที่มีความกระตือรือร้นและพร้อมทำงานได้ รวมถึงกลุ่มคนพิการด้วยที่หากมีการส่งเสริมเทคโนโลยีใหม่ และมีเทคโนโลยีที่ผลิตในประเทศได้เอง ทำให้คนพิการและคนสูงอายุสามารถทำงานได้มากขึ้น ในอนาคตจะเกิดมูลค่า เพิ่มทางเศรษฐกิจได้อีกมหาศาล” น.ส.วันทนีย์







