
‘ธปท.’แก้นิยามกู้บุคคลใช้หมุนเวียนทำธุรกิจได้
ธปท.เตรียมปรับนิยามสินเชื่อส่วนบุคคล ให้สามารถนำเงินไปใช้ทำธุรกิจได้หวังช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
ธปท.เตรียมปรับนิยามสินเชื่อส่วนบุคคล ให้สามารถนำเงินไปใช้ทำธุรกิจได้หวังช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
รายงานข่าวจากสายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงนิยามการให้สินเชื่อบุคคล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท.ใหม่ โดยสามารถให้สินเชื่อส่วนบุคคลแก่ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย (เอสเอ็มอี) ได้
ทั้งนี้ การปรับนิยามสินเชื่อให้ลูกค้าที่กู้สินเชื่อบุคคลที่เป็นเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอี นำสินเชื่อไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนกรณีขาดสภาพคล่องชั่วคราว จากเดิมที่ระบุห้ามนำไปประกอบธุรกิจ โดยยังมีลูกค้าบางส่วนที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ เนื่องจากลูกค้าเอสเอ็มอีรายเล็กมักจะไม่แยกบัญชีการทำธุรกิจและบัญชีค่าใช้จ่ายส่วนตัว ทำให้ขอสินเชื่อยาก
““การแก้ไขนี้เป็นไปตามแนวคิดของ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. และจากผลสำรวจที่ ธปท.ทำ พบว่า ผู้ประกอบการรายเล็กส่วนใหญ่จะใช้เครดิตส่วนตัวในการไปกู้เงินมาประกอบกิจการ แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถขอสินเชื่อบุคคลได้ เพราะไม่เข้านิยามการให้สินเชื่อ” แหล่งข่าวเปิดเผย
สำหรับนิยามสินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับของ ธปท.ในปัจจุบัน คือ สินเชื่อที่ให้แก่บุคคลธรรมดา ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพื่อนำไปซื้อสินค้าและบริการเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์(ลีสซิ่ง)กับสินค้าที่ผู้ให้เช่าซื้อไม่ได้จำหน่ายเอง เช่น ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้า แต่ไม่รวมการให้เช่าซื้อและให้เช่าซื้อแบบลีสซิ่งรถยนต์และจักรยานยนต์ ด้านดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใด ๆให้รวมกันได้ไม่เกิน 28% ต่อปี โดยให้วงเงินสินเชื่อตามความสามารถในการชำระหนี้คืนของลูกหนี้ โดยให้กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน หรือไม่เกินยอดเฉลี่ยต่อเดือนของกระแสเงินสดที่หมุนเวียนในบัญชีเงินฝากไม่น้อยกว่า 6 เดือน ซึ่งการแก้ไขนิยามดังกล่าว ธปท.สามารถดำเนินการได้เอง โดยไม่ต้องขออำนาจกระทรวงการคลัง
อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังต้องรอสอบถามความคิดเห็นของธนาคารพาณิชย์ก่อนดำเนินการแก้ไข จากนั้นจึงจะนำไปหารือกับคลัง และ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพื่อรับทราบด้วย ก่อนจะปรับปรุงนิยามดังกล่าวต่อไป
ยงยุทธ”เผย รัฐบาล รื้อกองทุนเงินออมแห่งชาติ ยุค “มาร์ค” เดินหน้า หวังช่วย ให้ผ็ประกอบกาชีพอิสระมีเงินออม
เวลา 12.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านสังคม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากที่กระทรวงการคลัง เสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ผลักดันโครงการกองทุนการออมแห่งชาติ(กอช.) ในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์กลับมาดำเนินการอีกครั้ง หลังรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์? ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว ล่าสุด ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 24 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เห็นชอบให้ดำเนินการเพื่อเป็นเงินออมให้กับผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ที่ไม่เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ(กบข.) จะได้มีความมั่นคงในชีวิตเมื่อมีอายุสูงขึ้น โดยรัฐจะสมทบการออม เช่นอายุไม่เกิน 30 ปี รัฐบาลใส่เงินให้ปีละ 3,000 บาท อายุเกิน 50 ปี รัฐบาลใส่ให้ปีละ 6,000 บาท โครงการนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งอาจจะมีการแก้ระเบียบอีกนิดหน่อย โดยจะเร่งดำเนินการเร็วที่สุด จะมีการจัดตั้งสำนักงานกองทุนแห่งชาติขึ้นมา แต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานกองทุนแห่งชาติขึ้นมาดูแล เช่นเดียวกับกบข. โดยช่วงต้นให้ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังทำหน้าที่เลขาธิการกองทุนเงินออมแห่งชาติไปก่อน







