
กระทุ้งค้าปลีกทำตลาดออนไลน์จับลูกค้าข้ามชาติ
เออีซีดันธุรกิจค้าปลีก-แฟรนไชส์-ออนไลน์ไทยโต แนะรุกทำตลาดผ่านสมาร์ทโฟน
เออีซีดันธุรกิจค้าปลีก-แฟรนไชส์-ออนไลน์ไทยโต แนะรุกทำตลาดผ่านสมาร์ทโฟน
นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวภายในงานสัมมนาเรื่อง “Thailand & ASEAN Retail Industry Outlook” ว่า หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ธุรกิจค้าปลีกไทยน่าจะมีโอกาสขยายตัวอีกมาก เนื่องจากได้เปรียบเรื่องทำเลที่ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค แต่ธุรกิจจะต้องปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) มาสนับสนุนการทำตลาด เพราะต่อไปธุรกิจค้าปลีกจะเกี่ยวกับโลกออนไลน์มากขึ้น รวมทั้งต้องปรับเรื่องดีไซน์ การจัดเรียงดิสเพลย์สินค้าเพื่อดึงดูดลูกค้า
สำหรับในอนาคต จะเห็นการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกในกลุ่มนันฟู้ดมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมหรือลักซ์ชัวรี่ เนื่องจากผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ในปี 2556 มูลค่าภาคธุรกิจค้าปลีกอยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 7-8%
น.ส.กวิตา ชื่นใจ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เว็บไซต์ตลาดดอทคอม กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจออนไลน์และอีคอมเมิร์ซมีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจค้าปลีกประมาณ 10-25% และมีแนวโน้มโตขึ้นต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคมีความมั่นใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ขณะที่ธุรกิจหันมาทำตลาดผ่านสมาร์ทโฟน (โมบาย-คอมเมิร์ซ) มากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางให้ธุรกิจค้าปลีกไทยขยายธุรกิจในต่างประเทศได้
นายเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนชิว บริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจแฟรนไซส์ กล่าวว่า เออีซีจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย เพราะไทยอยู่กึ่งกลางภูมิภาคอาเซียน และมีชายแดนติดกับหลายประเทศดังนั้นเมื่อแฟรนไชส์แบรนด์ใหญ่จากต่างประเทศจะลงทุนในอาเซียน ก็จะเลือกมาไทยก่อนขยายไปประเทศอื่น เพราะไทยมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานพร้อมมากกว่า ขณะเดียวกันแฟรนไชส์ไทยก็ต้องเตรียมตัวรับการแข่งขันกับแบรนด์เหล่านี้ด้วย
ด้าน นางจริยา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ค้าปลีกดีขึ้น ประชาชนมีอารมณ์จับจ่ายสินค้ามากขึ้นเพราะใกล้เทศกาล และผลจากนโยบายกระตุ้นของภาครัฐ จึงมั่นใจว่าผู้ค้าปลีกจะสร้างยอดขายได้ดีในช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป







