
เปิด 10 เมกะเทรนด์พลิกโฉมอสังหาฯ-ท่องเที่ยว
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเวทีสัมมนาประจำปี 2557 ภายใต้หัวข้อ “Real Estate Megatrends แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต” ฉายภาพเทรนด์ที่อยู่อาศัยและการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมคนเมือง การอยู่อาศัยที่แออัดในเมืองมากขึ้น รวมถึงการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและโลกดิจิทัล
สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า เมกะเทรนด์ของเมืองไทยจะเปลี่ยนสภาพสู่ความเป็นเมืองมากขึ้น การก้าวสู่สังคมสูงวัยในอนาคต โดยในไทยจะมีประชากรวัย 65 ปี มากถึง 14% ของประชากรทั้งหมดในอีก 7 ปีข้างหน้า และเพิ่มเป็น 20% ในอีก 10 ปีถัดไป
นอกจากนี้ โครงข่ายคมนาคมใหม่ๆ ที่ภาครัฐกำลังจะลงทุนขยายไปยังหัวเมืองสำคัญของต่างจังหวัด จะส่งอานิสงค์ทั้งหัวเมืองใหญ่และเมืองรอบโดยรอบ ให้มีความเป็นอยู่แบบสังคมเมืองกรุงเทพฯ มากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะหลายจังหวัดทางภาคอีสาน
ทั้งนี้ ภาพรวมของเมกะเทรนด์ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่อยู่อาศัยและการท่องเที่ยว มีด้วยกัน 10 เมกะเทรนด์ ประกอบด้วย
เทรนด์ที่ 1 อาคารและที่อยู่อาศัยสีเขียว
พิชญา ตันโสด ผู้จัดการแผนกพัฒนาธุรกิจ บริษัท ริชี่เพลซ 2002 กล่าวว่า เทรนด์สีเขียวเริ่มจากองค์กรของโลกฝั่งตะวันตกที่เป็นผู้สร้างเทรนด์นี้ให้แรงขึ้น เพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับโซนเอเชีย มีความต้องการเลือกเช่าในอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ในสหรัฐอเมริกา และยุโรปมีอาคารสีเขียวจำนวนมาก ส่วนโซนเอเชีย ก็เริ่มเห็นเทรนด์นี้แรงมากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า ต้นทุนในการก่อสร้างอาคารเขียวทุกรูปแบบยังสูงมาก โดยอาคารสำนักงาน กับอาคารเชิงพาณิชย์ มีความคุ้มค่าในการลงทุนกว่าโครงการที่พักอาศัย ซึ่งหากรัฐบาลไทยต้องการสนับสนุนอาคารเขียวจริงจัง ต้องเป็นผู้นำเทรนด์เอง ด้วยการปรับให้อาคารของภาครัฐกว่า 100 ตึกเป็นอาคารเขียว เช่นเดียวกับประเทศอังกฤษ ที่เปลี่ยนกว่า 400 อาคารของรัฐเป็นอาคารเขียว ซึ่งมีผลให้ต้นทุนวัสดุอาคารเขียวลดลง
เทรนด์ที่ 2 สังคมผู้สูงอายุ
เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ทั้งในเชิงการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยว ซึ่งผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบควรปรับตัวให้สอดรับกับคนกลุ่มนี้ โดยภาครัฐต้องเริ่มวางแผนเรื่องการเก็บเงินให้ผู้สูงอายุ หรือหาแนวทางให้ผู้สูงอายุกู้ได้
เทรนด์ที่ 3 ก้าวสู่ยุคดิจิทัลสมาร์ทโฮม
สังคมโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยที่อยู่อาศัยเทรนด์ของสมาร์ทโฮมจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งการดูภาพวงจรปิดภายในบ้านในสมาร์ทโฟน สั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าและอื่นๆ ผ่านสมาร์ทโฟน
ด้าน ไพสิฐ แก่นจันทร์ ผู้ให้คำปรึกษาหลัก บริษัท ฮอสพิทัลลิตี้ แอดไวเซอรี่ เซอร์วิสเซส กล่าวว่า โรงแรมยุคใหม่ต้องมีสัญญาณไวไฟให้นักท่องเที่ยวเช็คอินบนแอพพลิเคชั่นในโลกออนไลน์ ถ่ายรูปโพสต์บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อให้เครือข่ายเพื่อนรับรู้ รวมถึง ในเว็บไซต์หาที่พัก ก็ต้องเปิดกว้างให้มีการรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการแล้วด้วย
เทรนด์ที่ 4 จุดขายความเป็นธรรมชาติ
การที่เทรนด์การอยู่อาศัยของคนเป็นสังคมเมือง เกาะแนวรถไฟฟ้า จะทำให้คนขวนขวายธรรมชาติมากขึ้น ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขายความเป็นธรรมชาติได้มากที่สุด จะได้รับความสนใจมากขึ้น
เทรนด์ที่ 5 ท่องเที่ยวเน้นกิจกรรมมากกว่าสถานที่
จุดขายการท่องเที่ยวนับจากนี้จะต้องขายว่าจะไปทำกิจกรรมอะไรในสถานที่นั้น เพราะนักท่องเที่ยวจะเลือกไปเที่ยวโดยมีจุดมุ่งหมายมากขึ้น
เทรนด์ที่ 6 โอเรียนเอ็กซ์เพรส
โซนตะวันออกถือว่ามาแรงมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียจะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโลก โดยชาวจีนที่ท่องเที่ยวต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 160 ล้านคน ภายในปี 2561 ส่วนชาวอินเดียเริ่มมีโมเดลคล้ายจีน คือ ชนชั้นล่างถึงกลางมีรายได้มากขึ้น และอยากท่องเที่ยวต่างประเทศ
เทรนด์ที่ 7 เอเชียจะกลายเป็นศูนย์กลาง
ทวีปเอเชียจะกลายเป็นศูนย์กลางทั้งการท่องเที่ยวและการลงทุนที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ
เทรนด์ที่ 8 เดสทิเนชั่นต่างๆ จะสนับสนุนกัน
อีกหนึ่งเทรนด์การท่องเที่ยว คือ หลายประเทศที่มีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวจะจับมือกัน เพื่อสนับสนุนกันและกันในการชูจุดขายเป็นแพ็กเกจ เช่น จ.สุโขทัย เดิมอาจจะเคยอยากแข่งกับเมืองบาหลี ของอินโดนีเซีย แต่ต่อไปเอเจนซีท่องเที่ยวจะขายเป็นแพ็คเกจยกภูมิภาค ท่องเที่ยวโซนอาเซียน เที่ยวทั่วเอเชีย ไม่สามารถขายเดสซิเนชั่นเดียวได้แล้ว จากเดิมเคยเป็นคู่แข่งกัน
เทรนด์ที่ 9 การขยายตัวของเครือข่ายต้นทุนต่ำ
ชนชั้นล่างที่เริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นหันมาใช้สายการบินต้นทุนต่ำแทนการนั่งรถไฟ รถทัวร์ ซึ่งที่ขยายคือปลายทางระยะสั้นที่บินน้อยกว่า 6 ชั่วโมง
เทรนด์ที่ 10 ยุคแห่งความคาดหวังเที่ยวปลอดภัย
เพราะผู้บริโภคสามารถหาข้อมูลบนโลกอินเทอร์เน็ตได้ โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 5 ดาว จะยิ่งคาดหวังสูง ซึ่งนับจากนี้ถ้าต้องการลงทุนทำโรงแรม 5 ดาวก็ต้องทำให้ถึง แต่ถ้าทำไม่ถึง ให้เลือกทำโรงแรมโลว์คอสต์ไปเลย อีกทั้งคนจะให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น ถ้ารู้สึกว่าไม่ปลอดภัยจะหยุดเดินทางทันที







