
"ดีแทค"ออกโรงหนุนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
การประกาศนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดิจิทัลอีโคโนมีของรัฐบาล และเริ่มขับเคลื่อนด้วยการวางโครงสร้างการทำงานด้านโทรคมนาคมใหม่ รวมทั้งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เตรียมเสนอของบ 1 หมื่นล้านบาท ขยายโครงข่ายเพิ่มเติมในปีหน้า ทำให้ภาพการทำงานเริ่มชัดเจนขึ้น
การประกาศนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดิจิทัลอีโคโนมีของรัฐบาล และเริ่มขับเคลื่อนด้วยการวางโครงสร้างการทำงานด้านโทรคมนาคมใหม่ รวมทั้งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เตรียมเสนอของบ 1 หมื่นล้านบาท ขยายโครงข่ายเพิ่มเติมในปีหน้า ทำให้ภาพการทำงานเริ่มชัดเจนขึ้น
ทั้งนี้ ในส่วนของโอเปอเรเตอร์ หรือผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือเองก็พร้อมสนับสนุนโครงการนี้เช่นกัน โดย ซิคเว่ เบรคเก้ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทคได้จัดทำแนวคิดการดำเนินงานตามนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีเสนอให้รัฐบาลพิจารณา เพราะเห็นว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเสริมสร้างศักยภาพของประเทศให้แข็งแกร่งและแข่งขันได้
สิ่งสำคัญของดิจิทัลอีโคโนมี คือ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและความสามารถในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประชาชน โดยผลการวิจัยจาก บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป หรือบีซีจี ระบุว่า หากเพิ่มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนได้ 10% จะส่งผลให้เกิดการเพิ่มธุรกิจใหม่ 1% ต่อปี เพิ่มจีดีพีของประเทศ และเพิ่มการเกิดธุรกิจใหม่ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นธุรกิจ รวมถึงเพิ่มการจ้างงานอีก 5.8 หมื่นอัตราในปี 2560 ซึ่งรัฐบาลควรวางเป้าหมายให้ประชาชน 80% เข้าถึงและใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในปี 2560
แนวทางการดำเนินงานที่ดีแทคเสนอ คือ ในส่วนของภาครัฐต้องสร้างความโปร่งใส ภายใต้นโยบายด้านกฎหมาย ภาษี กฎระเบียบที่เป็นมิตรและส่งเสริมการลงทุนในภาคธุรกิจไอซีที มีการให้บริการสาธารณะของภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มความรู้ความเข้าใจในการใช้บริการดิจิทัลให้ทั่วถึง
ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแล ควรจัดการประมูลคลื่นความถี่เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนขยายโครงข่ายและการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต กำกับดูแลโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นที่ตั้ง ดูแลให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
ในส่วนของภาคเอกชนควรมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง
“การเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตในอัตราค่าบริการที่สมเหตุสมผล เป็นปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ประเทศไทยจะสามารถใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัลได้ ซึ่งต้องพัฒนาควบคู่กันตั้งแต่อุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัย ค่าบริการที่ไม่สูง อินเทอร์เน็ตที่ทั่วถึง โครงข่ายที่มีความเร็วสูงมากขึ้น”
เบรคเก้ กล่าวอีกว่า ในด้านการให้บริการนั้น นอกจากการเข้าถึงของประชาชนทั่วไปแล้ว ควรวางเป้าหมายเน้นให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมทุกราย ให้บริการบนโครงข่ายอินเทอร์เน็ตได้ภายในปี 2560 มีการเพิ่มความรู้และขีดความสามารถในการใช้งานดิจิทัลที่ขับเคลื่อนโดยรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีกอฟเวอร์เมนต์ การทำธุรกิจเชิงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
สิ่งสำคัญคือ หน่วยงานกำกับดูแล หรือเรกูเลเตอร์ อย่างคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ควรเป็นองค์กรอิสระต่อไปเพื่อความเป็นธรรม และทำให้เกิดความโปร่งใส ต้องกำหนดต้นทุนการกำกับดูแล เช่น ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตอย่างสมเหตุสมผล เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในอุตสาหกรรมไอซีที รวมถึงการจัดทำกฎหมายที่รัดกุมและบังคับใช้ได้ครอบคลุมถึงเรื่องลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร
นอกจากนี้ ยังต้องเร่งผลักดันให้เกิดการประมูล 4จี สำหรับคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ภายในครึ่งปีแรกของปี 2558 และสนับสนุนให้มีการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันอย่างครอบคลุมด้วยราคายุติธรรม รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างโครงข่ายทั้งด้านเนื้อหาและบริการ
“ขณะนี้เรื่องดิจิทัลอีโคโนมีของรัฐบาลยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมมากนัก และควรมีการเตรียมการและวางแผนอย่างดี พร้อมกำกับดูแลให้เป็นธรรมเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน และทำให้เกิดการลงทุนได้อีกมหาศาล รวมทั้งมีการขยายการให้บริการไปยังพื้นที่ห่างไกลมากขึ้น” เบรคเก้ กล่าวปิดท้าย







