
บสย.ถกแบงก์ ช่วยเอสเอ็มอี แก้ปมกม.ค้ำฯ
บสย.เต้น วิ่งหารือแบงก์ทั้งระบบ แก้ปัญหากฎหมายค้ำประกัน พร้อมเป็นหลังพิงให้เอสเอ็มอีกู้
บสย.เต้น วิ่งหารือแบงก์ทั้งระบบ แก้ปัญหากฎหมายค้ำประกัน พร้อมเป็นหลังพิงให้เอสเอ็มอีกู้
นายวัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ฝ่ายบริหาร บสย.ได้ประชุมเพื่อติดตามผลกระทบจาก พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเรื่องการค้ำประกันและจดจำนอง ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ก.พ. 2558 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการที่สถาบันการเงินจะเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อที่จะส่งผลต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่จะได้รับอนุมัติสินเชื่อยากมากขึ้น
ทั้งนี้ บสย.เตรียมเข้าหารือกับสถาบันการเงินแต่ละแห่ง เพื่อหาทางสร้างความเชื่อมั่นแก่สถาบันการเงินในการให้ บสย.เข้าค้ำประกันสินเชื่อให้เอสเอ็มอี ในฐานะที่ บสย.เป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งพร้อมจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับสถาบันการเงิน โดยอาจมีการทำหนังสือข้อตกลงพิเศษระหว่าง บสย. กับสถาบันการเงินทุกแห่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีมากขึ้นต่อไป
“อะไรที่เป็นอุปสรรคก็จะยกเว้นไว้ เพื่อให้แบงก์เชื่อมั่นว่า บสย.จะรับผิดชอบลูกหนี้กรณีที่เกิดหนี้เสียขึ้น เช่น ลูกหนี้ผิดนัดชำระ หากเจ้าหนี้ไม่ทำหนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกันใน 60 วัน ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน เรื่องนี้ก็ให้แบงก์แจ้ง บสย.ได้ทันที” นายวัลลภ กล่าว
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (บอร์ด ธปท.) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด ธปท.ไม่ได้พูดคุยถึงปัญหาหรือแนวทางแก้ไขต่อการบังคับใช้ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการค้ำประกันและจดจำนอง แต่ยอมรับว่าการบังคับใช้กฎหมายนี้สร้างความกังวลต่อธนาคารพาณิชย์ ทั้งที่เป็นกฎหมายที่ดี มีประโยชน์ แต่มีบางประเด็นที่เป็นปัญหาในการบังคับใช้
“ส่วนตัวเห็นว่ามี 2-3 ประเด็นที่เป็นปัญหาต้องแก้ไข แต่ต้องรอฟังข้อสรุปผลกระทบจากธนาคารพาณิชย์ก่อนว่าจะเสนอมาอย่างไรบ้าง และยังมีเวลาที่จะแก้ไข เพราะแม้กฎหมายจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2557 แต่มีบทเฉพาะกาลให้มีผลบังคับใช้หลังประกาศ 90 วัน หรือประมาณเดือน ก.พ. 2558” นายกฤษฎา กล่าว
ด้าน นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สมาคมธนาคารไทยได้ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อหารือกันถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขเรื่องนี้เป็นการเฉพาะอยู่แล้ว เพราะเท่าที่ดูกฎหมายมันมีผลต่อขั้นตอนการทำงานจริง ที่สำคัญกฎหมายมีผลย้อนหลังด้วย สร้างปัญหามากพอสมควร เพราะต้องไปรื้อดูสัญญาก่อนหน้านี้ว่า มีสัญญาใดที่ติดขัดต่อข้อกฎหมายฉบับนี้บ้าง เพื่อหาทางแก้ไข
นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ครอบคลุมถึงการค้ำประกันของ บสย. และการค้ำประกันเงินของรัฐบาลที่มีกับรัฐวิสาหกิจ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อ บสย. และการกู้เงินของรัฐวิสาหกิจ ส่วนการแก้ไขสามารถทำได้ด้วยการออกกฎหมายใหม่ที่เขียนข้อยกเว้นกฎหมายนี้สำหรับสถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ นิติบุคคล ที่ทำหน้าที่ค้ำประกัน และให้มีผลบังคับใช้วันเดียวกับกฎหมายใหม่ที่จะออก โดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกกฎหมายที่ออกมาแล้ว







