
แบงก์หืดจับปรับหนี้เอสเอ็มอีไม่ฟื้น
กัดฟันประคองต่อยืดเวลาลดดอกไม่ตั้งเป็นหนี้เสีย
กัดฟันประคองต่อยืดเวลาลดดอกไม่ตั้งเป็นหนี้เสีย
แบงก์กัดฟัน ผลักดันเอสเอ็มอี จนกว่าเศรษฐกิจจะผงกหัว ไม่เลือกตัดเป็นหนี้เสีย
นายจิรัชยุติ์ อัมยงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายพาณิชย์ธนกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ยังมีลูกค้า ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) บางรายที่ธนาคารยังต้องให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะในรายที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งต้นปีลูกค้าหายหมด และขณะนี้แม้การเมืองจะสงบแต่ลูกค้ายังไม่กลับมา
ธนาคารกำหนดระยะเวลาการใช้มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าแต่ละรายไม่เท่ากัน บ้าง 3 เดือน 6 เดือน หรือมากกว่านั้น แล้วแต่ความรุนแรง ถ้าไม่เกินเยียวยาธนาคารจะช่วยทุกรายเพราะเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากภายนอก ไม่ได้เกิดจากการบริหารผิดพลาด โดยรูปแบบให้ความช่วยเหลือจะเน้นตรงกับสภาพกิจการ รวมทั้งเข้าไปร่วมทำแผนปรับปรุงกิจการของลูกค้าบางรายด้วย
อย่างไรก็ดี มาตรการดูแลลูกค้าใกล้ชิด ส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในลูกค้าเอสเอ็มอีต่ำกว่า 1% ซึ่งเป็นที่น่าพอใจ ขณะที่สินเชื่อยังขยายได้ในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมเกษตร อสังหาริมทรัพย์ ภาคการผลิต และภาคการค้า โดยคาดว่าปีนี้สินเชื่อเอสเอ็มอีจะเติบโตประมาณ 18-19%
นายสุภกิจ บุญเลี้ยง ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารกลุ่ม กลุ่ม Loan Factory สำหรับสินเชื่อธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ธนาคารให้ความช่วยเหลือ ด้วยการแรกหลังจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอ ทั้งขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ ปลอดชำระเงินต้นบางส่วน หรือให้กู้เพิ่มใช้หมุนเวียน ปรากฏว่าธุรกิจยังทรงๆ และเน้นประคับประคองกันต่อไป เพราะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังไม่พลิกฟื้นอย่างที่คาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการยังมีความเชื่อว่า สถานการณ์ในปีหน้าจะสดใสและเป็นโอกาสในการประกอบธุรกิจอีกครั้ง โดยได้รับผลบวกจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และการลงทุนภาครัฐ ที่เป็นการเปิดประตูให้เงินไหลเข้าสู่ระบบและหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น
ทั้งนี้ภาพรวมลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดกลางที่อยู่ในความดูแลนั้น ปัจจุบันทรงตัวไปตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งลูกค้ายังพอไปได้โดยอาศัยการปรับตัว ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ (อาร์เอ็ม) ของธนาคาร ซึ่งเน้นความรวดเร็ว หากลูกค้าเริ่มมีอาการผิดนัดจะเข้าไปเสนอความช่วยเหลือทันทีไม่ให้ปัญหาลุกลาม เช่น รายใดเบิกสินเชื่อไปแล้วเสียดอกเบี้ยแล้ว แต่ยอดขายไม่ดี ก็เข้าไปช่วยยืดหนี้ให้
สำหรับลูกค้าที่มีเสถียรภาพ มีเงินเหลือ แต่รอดูสถานการณ์ ยังไม่ขยายธุรกิจ ธนาคารก็เข้าไปช่วยแนะนำแนวทางลดต้นทุนทางการเงินด้วยระบบจัดการเงินสด และถ้าพร้อมขยายจะช่วยเสริมด้านเงินทุนต่อไป ส่วนลูกค้าใหม่ยังคงปล่อยสินเชื่ออยู่โดยมีกลยุทธ์เลือกกลุ่มธุรกิจที่แนวโน้มดี ส่งผลให้สินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารปีนี้ยังเติบโตได้ราว 10%
นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีโดยเฉพาะรายเล็กยังน่าเป็นห่วง อาจยังอยู่ในภาวะอ่อนแรงไปจนถึงปีหน้า แม้หลายคนมองเศรษฐกิจดีขึ้น แต่ต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อฟื้นกิจการกว่าเงินจะหมุนไปถึงธุรกิจรายย่อม ส่วนอานิสงส์จากการเปิดเออีซีคงไม่แสดงผลชัดเจนนัก จึงประเมินว่า เอสเอ็มอีรายเล็กอาจกดดันให้เอ็นพีแอลรวมของธนาคารในปีหน้าปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 2.16% เป็น 2.2-2.3% ของสินเชื่อรวม







