
จีนบุกผลิตยางล้อ
จีนยกทัพตั้งโรงงานผลิตยางล้อรถในไทย คาดปีหน้าเริ่มเห็นชัด หวังผลิตป้อนอาเซียน ตลาดตะวันตก
จีนยกทัพตั้งโรงงานผลิตยางล้อรถในไทย คาดปีหน้าเริ่มเห็นชัด หวังผลิตป้อนอาเซียน ตลาดตะวันตก
นายจาง หงหมิน นายกสมาคมอุตสาหกรรมยางพารา มณฑลซานตง เปิดเผยภายในงานสัมมนาและการเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างนักลงทุนจากมณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน และนักธุรกิจไทย ว่า รัฐบาลจีนต้องการให้อุตสาหกรรมยางรถยนต์ออกไปตั้งโรงงานในต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการจีนต้องหาแหล่งลงทุน โดยไทยเป็นประเทศที่จีนให้ความสนใจมากที่สุด เพราะเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบยางพารารายใหญ่ของโลก ซึ่งมีเจ้าของโรงงานจากจีน 5-6 ราย สนใจลงทุนในไทย มูลค่าการลงทุนรายละประมาณ 100-400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาดว่าจะเริ่มลงทุนในปีหน้า จากปัจจุบันมีผู้ลงทุนในไทยแล้ว 2 ราย
ทั้งนี้ สาเหตุที่เลือกเข้ามาลงทุนในไทย เนื่องจากใกล้แหล่งวัตถุดิบ และสามารถหลีกเลี่ยงมาตรการการทุ่มตลาดจากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปได้ โดยการผลิตสินค้าในไทยและส่งไปยังประเทศตะวันตกจะง่ายกว่า อีกทั้งตลาดในอาเซียนและไทยเป็นตลาดใหญ่ที่มีความน่าสนใจ ดังนั้นจึงน่าจะเห็นนักลงทุนเข้ามาตั้งโรงงานในไทยอีกเป็นจำนวนมาก
“หลังจากสำรวจประเทศในอาเซียนมาหลายแห่ง มองว่าไทยเหมาะสมที่สุดที่จะตั้งโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ” นายจาง กล่าว
สำหรับมณฑลซานตงมีศักยภาพในการผลิตยางรถยนต์มาก โดยผลิตภัณฑ์ยางล้อ 50% ที่ใช้ในจีนมาจากมณฑลนี้ โดยจีนนำเข้ายางพาราจากต่างประเทศ2 ล้านตัน/ปี ซึ่ง 90% มาจากไทย ที่เหลือมาจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม
นายจาง เหย็น ประธานกรรมการคณะกรรมการบริหารจัดการโครงการรับเบอร์วัลเลย์ บริษัท รับเบอร์วัลเลย์ กรุ๊ป กล่าวว่า ปัญหาราคายางพาราที่ตกต่ำในประเทศไทย เป็นผลมาจากตลาดโลก ซึ่งการแก้ปัญหาต้องมองในภาพรวมเชื่อว่าการเข้ามาลงทุนอุตสาหกรรมยางพาราในไทยของจีนน่าจะช่วยให้ราคายางปรับตัวดีขึ้น
ทั้งนี้ ในฐานะผู้ผลิตสินค้าที่ใช้วัตถุดิบจากยางพาราไม่ต้องการให้ราคาวัตถุดิบตกต่ำ แต่ต้องการให้ราคามีเสถียรภาพ เพราะหากผันผวนจะยากต่อการวางแผนซื้อวัตถุดิบ
สำหรับการตั้งรับเบอร์ ซิตี้ในเมืองไทย ขณะนี้ได้สร้างศูนย์วิจัย และศูนย์อบรมบุคลากรที่ จ.ระยอง แล้ว ซึ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราต้องใช้เวลานานพอสมควร ต้องเริ่มต้นทีละขั้นตอน
น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอได้ร่วมกับมณฑลซานตง นำนักธุรกิจ 50 ราย จากมณฑลซานตง มาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมยางพารา ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ปัจจุบันมีกลุ่มผลิตยางล้อรถยนต์ที่เข้ามาลงทุนในไทยแล้ว ได้แก่ บริษัท หลิงหลง ไทร์ และบริษัท เซ็นจูรี่ ไทร์ ที่เพิ่งยื่นขอส่งเสริมการลงทุนเข้ามา มูลค่าการลงทุน 5,900 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมยางพาราเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลให้สิทธิประโยชน์สูงสุดอยู่แล้ว







