
คุ้มใคร
ทุกท่านรู้ไหมครับว่า ในยามที่เรากำลังจะก้าวเป็นประชาคมอาเซียน แต่ความเข้มแข็งด้านคุ้มครองทางสังคมของภูมิภาคยังต่ำมาก ที่สำคัญประเทศที่มีระดับการพัฒนาสูงกว่าก็ใช่ว่าจะดูแลคนของตัวเองดีกว่าประเทศที่พัฒนาน้อยกว่าเสมอไป
ทุกท่านรู้ไหมครับว่า ในยามที่เรากำลังจะก้าวเป็นประชาคมอาเซียน แต่ความเข้มแข็งด้านคุ้มครองทางสังคมของภูมิภาคยังต่ำมาก ที่สำคัญประเทศที่มีระดับการพัฒนาสูงกว่าก็ใช่ว่าจะดูแลคนของตัวเองดีกว่าประเทศที่พัฒนาน้อยกว่าเสมอไป
ข้อมูลของธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ได้เปรียบเทียบดัชนีการคุ้มครองทางสังคม (SPI) ในแต่ละประเทศ ซึ่งพบว่ามาเลเซียได้คะแนนปี 2553 อยู่ที่ 0.148 คะแนน สูงที่สุดในอาเซียน ตามด้วยเวียดนาม 0.139 คะแนน และไทย 0.095 คะแนน
แต่เมื่อเปรียบเทียบงบประมาณการคุ้มครองทางสังคมต่อจีดีพีแล้ว ปรากฏว่าเวียดนามมีการใช้จ่ายงบประมาณถึง 4.99% ของจีดีพี แซงมาเลเซีย ซึ่งใช้จ่าย 3.43% และไทย 2.71%
เรื่องน่าสนใจและน่าหดหู่ใจคือ ทั้งคะแนน SPI และสัดส่วนการใช้จ่ายงบประมาณด้านการคุ้มครองทางสังคมของอาเซียนต่อจีดีพีของเกือบทุกประเทศในอาเซียนต่ำลงกว่าปี 2552
พูดให้ชัดๆ คือ เราคุ้มครองทางสังคมแบบเอาแน่เอานอนไม่ได้ แถมยังใช้จ่ายเพื่อดูแลคนของตัวเองน้อยลงอีกต่างหาก
มิติการคุ้มครองทางสังคมของอาเซียนจะน่าหดหู่ขึ้นไปอีกครับ เมื่อเราเทียบกับญี่ปุ่น ซึ่งได้คะแนน SPI ถึง 0.415 หรือมากกว่าแชมป์อาเซียนเกือบ 3 เท่า และใช้จ่ายด้านการคุ้มครองทางสังคมถึง 19% ของจีดีพี หรือมากกว่าแชมป์อาเซียนเกือบ 4 เท่า
ผมคิดว่าอาเซียนต้องกลับมามองกันอย่างละเอียดว่า ทุกวันนี้ภาครัฐของเราทุกประเทศกำลังใช้จ่ายเพื่อคุ้มครองใครและคุ้มค่าจริงไหม
เราอาเซียนกำลังเร่งใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเปิดโอกาสให้แก่ภาคธุรกิจทั้งในและนอกภูมิภาค เพื่อชื่อเสียงของประเทศด้านความสะดวกสำหรับดำเนินธุรกิจ
เราอาเซียนกำลังใช้จ่ายเพื่อผู้ที่มีฐานะอยู่แล้วในระดับหนึ่ง เพื่อให้ผู้มีฐานะเหล่านั้นมีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป
แต่เราลืมใช้จ่ายเพื่อความมั่นคงในการดำรงชีวิตของเด็ก แรงงาน คนว่างงาน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุอย่างเต็มที่
นี่คือสิ่งที่อาเซียนต้องทบทวนและเร่งปรับปรุงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะกลายเป็นประชาคมคุ้มคนรวยที่ทำร้ายผู้คนกลุ่มอื่นจำนวนมากครับ







