
‘ไทย-ญี่ปุ่น’เดินหน้าลงทุน
คาดเม็ดเงินสะพัด1.5แสนล้านบาทเอสเอ็มอีปลาดิบร่วมผุดโรงงาน28แห่ง
คาดเม็ดเงินสะพัด1.5แสนล้านบาทเอสเอ็มอีปลาดิบร่วมผุดโรงงาน28แห่ง
กสอ.เดินหน้าเอ็มโอยู ขยายความร่วมมือไทยญี่ปุ่น ไทยญี่ปุ่น ตั้งเป้าเซ็นครบ 10 จังหวัดต้นปี 2558 ดันมูลค่าเงินลงทุนทะลุ 1.5 แสนล้านบาทด้านญี่ปุ่นสนลงทุนธุรกิจอาหารในไทยมากขึ้น
นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อขยายความร่วมมือกับจังหวัดฟุกุอิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากญี่ปุ่นขยายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการออกไปลงทุนนอกประเทศ และเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ก็ยิ่งทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีญี่ปุ่นให้ความสนใจขยายการลงทุนเข้ามาในประเทศไทย เพื่อเข้าสู่ตลาดอาเซียน
ทั้งนี้ กสอ.ได้ทำเอ็มโอยูร่วมกับหลายจังหวัดในประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดที่ลงนามความร่วมมือกันแล้ว ได้แก่ ชิมาเน ไซตามะ ไอจิ ยามานะชิ อะคิตะ โทโทริ คาวาซากิ และล่าสุดคือ ฟุกุอิ โดยตั้งเป้าว่าภายในต้นปี 2558 จะลงนามความร่วมมือกับอีก 2 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะและมินามิโบโซ
“แม้จังหวัดเหล่านี้เป็นจังหวัดเล็กๆ แต่มีความเด่นในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรม เช่น สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งเป็นสิ่งทอที่มีเทคโนโลยีสูงที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้มูลค่าลงทุนจากญี่ปุ่นสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท” นายอาทิตย์ กล่าว
นายอิสเซอิ นิชิกาวา ผู้ว่าราชการจังหวัดฟุกุอิ กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทเอสเอ็มอีในจังหวัดฟุกุอิเข้ามาร่วมลงทุนในไทยแล้วประมาณ 28 โรงงาน คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ ถุงลมนิรภัย และเบาะนั่งรถยนต์ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังสนใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจด้านอาหารและการท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วย เนื่องจากมองว่าในประเทศไทยยังมีศักยภาพขยายไปได้อีกมาก โดยเฉพาะตลาดอาหารญี่ปุ่นที่ขยายตัวอย่างมาก และสามารถเป็นฐานการผลิตส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนได้ เพราะไทยมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบ
อย่างไรก็ดี การมาครั้งนี้ทางจังหวัดฟุกุอิยังได้จัดตั้งสำนักงานเดอะ ฟุกุอิ แบงก์ ลิมิเต็ด ขึ้นมา เพื่อเป็นผู้แทนประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนของฟุกุอิกับหน่วยงานในประเทศไทยในลักษณะเป็นศูนย์ให้การสนับสนุน (บิซิเนส ซัพพอร์ต เซ็นเตอร์) ด้านการค้าการลงทุน พร้อม
การมาครั้งนี้ของจ.ฟุกุอิ ต้องการให้รัฐบาลไทยช่วยใน 3 เรื่อง ได้แก่ การแชร์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน การร่วมมือจัดงานแสดงสินค้า และการให้ความช่วยเหลือเรื่องช่องทางจำหน่ายสินค้าญี่ปุ่น







