
ไอคิวดิจิทัลซีอีโอต่ํ่า
รายงานจากผลสำรวจของ บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) หรือพีดับบลิวซี คอนซัลติ้ง เผยผลสำรวจไอคิวดิจิตัลประจำปี 2557 จากการสำรวจซีอีโอและผู้บริหารฝ่ายไอทีกว่า 1,500 ราย ใน 36 ประเทศทั่วโลก หลังกระแสนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กร เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริหารต้องตระหนักและปรับตัวให้ทันว่า ระดับความรู้ความเข้าใจของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรส่วนใหญ่ต่อการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดในการดำเนินธุรกิจ (Digital IQ) โดยรวมยังต่ำมาก
รายงานจากผลสำรวจของ บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) หรือพีดับบลิวซี คอนซัลติ้ง เผยผลสำรวจไอคิวดิจิตัลประจำปี 2557 จากการสำรวจซีอีโอและผู้บริหารฝ่ายไอทีกว่า 1,500 ราย ใน 36 ประเทศทั่วโลก หลังกระแสนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กร เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริหารต้องตระหนักและปรับตัวให้ทันว่า ระดับความรู้ความเข้าใจของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรส่วนใหญ่ต่อการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดในการดำเนินธุรกิจ (Digital IQ) โดยรวมยังต่ำมาก
ทั้งนี้ มีซีอีโอทั่วโลกเพียง 20% เท่านั้น ที่มีไอคิวดิจิทัลอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแกร่ง คือ มีความเข้าใจมีความสามารถในการประเมินผลและนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนได้อย่างแท้จริง ดังนั้นซีอีโอทั้งไทยและต่างประเทศเทศต้องเร่งปรับพฤติกรรมองค์กรรับมือเศรษฐกิจยุคดิจิทัล (Digital Economy)
สำหรับสิ่งที่ช่วยยกระดับไอคิวดิจิทัลขององค์กร คือ วิสัยทัศน์ของผู้นำในการประยุกต์ใช้ดิจิทัลในหลากหลายมิติ เช่น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ การปรับเปลี่ยนรูปแบบทางธุรกิจ หรือการเจาะตลาดใหม่ ผู้บริหารถึง 74% ระบุว่า การก้าวให้ทันเทคโนโลยีถือเป็นความท้าทายที่ธุรกิจของตนกำลังเผชิญอยู่ แต่กลับพบว่ามีธุรกิจเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีการหยิบยกประเด็นนี้ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแผนหรือกลยุทธ์ เพื่อหาแนวทางรับมือหรือหาโซลูชั่นให้กับองค์กรอย่างแท้จริง
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บริหารระดับสูงในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทและความสำคัญของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้องค์กรวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของตลาด ช่วยให้องค์กรรู้เท่าทันโอกาสและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีได้อย่างถูกต้อง
ซีอีโอควรเปิดรับไอเดียและความคิดในสิ่งใหม่ๆ จากหลากหลายแหล่งทั้งภายใน และนอกองค์กร เพื่อเปิดประตูสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง อาทิ ผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญในวงการหรืออุตสาหกรรมนั้นๆ เช่น นักวิเคราะห์ ผู้ขาย หรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัย และห้องปฏิบัติการ
ด้านประเภทของเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากที่สุดในโลก 5 อันดับแรก อันได้แก่ เทคโนโลยีบนมือถือ (Mobile Customer Techno logy) ระบบคลาวด์ส่วนตัว (Private Cloud)
การทําเหมืองข้อมูลและการวิเคราะห์ (Data Mining and Analysis) โซเชียลมีเดีย (Social Media) และการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศของลูกค้า (Cyber security)
เทคโนโลยีเหล่านี้จะกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของทุกธุรกิจในอีก 35 ปีข้างหน้า•ผู้บริหารในกลุ่มธุรกิจและบริการที่เกี่ยวกับสุขภาพ มีการปรับตัวต่อการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้กับองค์กรมากที่สุด (82%) รองมาคือ ธุรกิจยานยนต์ (80%) และ พลังงานและเหมืองแร่ (78%) ในขณะที่ธุรกิจค้าปลีก (59%) กลับเป็นอุตสาหกรรมที่มีจำนวนผู้บริหารที่มีไอเดีย หรือเป็นผู้นำทางความคิดในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี (Digital champions) น้อยที่สุด







