
กมธ.สื่อสารฯแนะขึ้นค่าไลเซ่นส์3.9จีเปน2หมื่นล.
กรรมาธิการสื่อสารฯติงกทช.ค่าไลเซ่นส์ 3.9 จี ต่ำเกินไป ทำให้มีรายได้เข้ารัฐไม่มาก แนะให้ขยับราคาขึ้นเป็น 2 หมื่นล้านบาท
กรรมาธิการสื่อสารฯติงกทช.ค่าไลเซ่นส์ 3.9 จี ต่ำเกินไป ทำให้มีรายได้เข้ารัฐไม่มาก แนะให้ขยับราคาขึ้นเป็น 2 หมื่นล้านบาท
นายอนันต์ วรธิติพงศ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การวิทยาศาตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร และ โทรคมนาคม วุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้เสนอความเห็นต่อทางคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ว่าราคากลางของใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซ่นส์) 3.9 จี ควรจะเริ่มต้นที่ 2-3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากราคาที่กทช.กำหนดไว้ 1 หมื่นล้านบาทนั้นต่ำเกินไป ทำให้รายได้เข้ารัฐไม่มากเท่าที่ควร
ความเห็นดังกล่าว สว.ได้เสนอเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. หลังเข้าพบกทช.เพื่อการติดตามความคืบหน้าโครงการ 3 จี พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ
นอกจากเรื่องราคากลางแล้ว ยังมีประเด็นเรื่อง พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน เนื่องจาก กทช. เป็นหน่วยงานของรัฐ และการประมูลไลเซ่นส์มีราคาเกิน 1,000 ล้านบาท จึงควรให้วุฒิสภา เป็นผู้พิจารณาการออกไลเซ่นส์
นายอนันต์ กล่าวว่า การให้ไลเซ่นส์ 3.9 จี ของกทช.ครั้งนี้ควรเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงการกระจายการใช้งานอินเทอรืเน็ตความเร็วสูงไร้สาย การใช้โครงข่ายร่วมกัน และการเปิดให้เช่าโครงข่ายในรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอ
ด้านพ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กทช. กล่าวว่า ได้ทำความเข้าใจกับทาง กมธ.แล้วว่า ราคากลางที่กำหนดขึ้น 1 หมื่นล้านบาทนั้น ไม่ได้กำหนดขึ้นลอยๆ แต่เป็นสถิติโมเดล ที่บริษัทที่ปรึกษา 4 ราย คำนวณจาก 19 ประเทศ 170 ใบอนุญาต ซึ่งเป็นราคาเริ่มต้น และคาดว่าจะได้ราคาประมูลจริงประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท หรืออาจสูงกว่านั้นอยู่แล้ว
ส่วนประเด็นเรื่อง พ.ร.บ.ร่วมทุนนั้น กทช. เห็นว่าไม่เกี่ยวกัน เนื่องจาก กทช. เป็นองค์กรอิสระ และรายได้ที่ได้จากการประมูลนั้นไม่ได้เป็นของกทช. แต่เป็นรายได้เข้ารัฐ จึงไม่น่ากังวลในเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครั้งนี้ ทางกมธ.ยังมีความเห็นที่ค่อนข้างต่างกัน แต่กทช.จะรับฟังเพื่อนำไปปรับให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด







