
กู้เงิน2แสนล้านลุยรถไฟฟ้า
สบช่องดอกต่ำระดมในประเทศเป็นหลักเผยภารกิจผู้ว่ารฟม.สานต่อสายสีน้ำเงิน
สบช่องดอกต่ำระดมในประเทศเป็นหลักเผยภารกิจผู้ว่ารฟม.สานต่อสายสีน้ำเงิน
คลังตั้งเรื่องกู้เงินในประเทศ 2 แสนล้านให้ รฟม.ลุยรถ ไฟฟ้า 5 สาย
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมที่จะกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศเพื่อนำมาใช้ในโครงการรถไฟฟ้าของ รฟม.ใน 5 เส้นทาง วงเงินกู้กว่า 2 แสนล้านบาท ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางแคพุทธมณฑล สาย 4 รถไฟฟ้าสาย สีเขียว รถไฟฟ้าสายสีส้ม รถไฟฟ้าสายสีชมพู และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เพราะจะได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการกู้จากต่างประเทศ โดยแต่ละโครงการลงทุน 57 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีสถาบันการเงินจากต่างประเทศเสนอขอปล่อยกู้ให้เช่นกัน เพราะเห็นความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่จะผลักดันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนลงทุน
นอกจากนี้ ในปี 2558 รฟม.มีหนี้ครบการชำระ 2 หมื่นล้านบาท ที่กู้มาลงทุนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อท่าพระ และหัวลำโพงบางแค ซึ่งกระทรวงการคลังเตรียมออกพันธบัตรอายุ 5 ปี และ 7 ปี เพื่อนำมารีไฟแนนซ์เงินกู้ดังกล่าว
นายพงษ์ภาณุ กล่าวอีกว่า รฟม.กำลังสรรหาผู้ว่าการ รฟม. โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครผู้ว่าการ รฟม.ว่าต้องไม่เป็นรักษาการผู้ว่าการ รฟม.ในวันที่ยื่นใบสมัคร เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่โปร่งใสและเป็นธรรมกับผู้สมัครทุกคน โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย.-12 ธ.ค.นี้ คาดว่าภายในวันที่ 1 ก.พ. 2558 จะคัดเลือกผู้ว่าการ รฟม.คนใหม่ได้
“สิ่งที่ผู้ว่า รฟม.คนใหม่จะต้องเข้ามาดำเนินการคือ สานต่อเรื่องการลงทุน เดินรถกับเอกชน รูปแบบเอกชนร่วมลงทุนกับรัฐ (พีพีพี) ในโครงการรถไฟฟ้าสาย สีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อท่าพระ และเข้ามาดูแลโครงการรถไฟฟ้า 5 สาย มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท”
สำหรับรถไฟฟ้า 5 สาย ที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิตสะพานใหม่คูคต รถไฟฟ้าสายสีชมพู แครายมีนบุรี รถไฟฟ้าสาย สีเหลือง ลาดพร้าวสำโรง รถไฟฟ้าสาย สีส้ม ตลิ่งชันศูนย์วัฒนธรรมฯมีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย บางแคพุทธมณฑล สาย 4 เพื่อให้ครบเป็นตัว คิว โดยอีก 5 ปีข้างหน้า รฟม.จะต้องเพิ่มระยะทางจาก 20 กม.เป็น 100 กม.
นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยจะฟื้นเร็วหรือช้าขึ้นกับการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนระบบราง ซึ่งในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าแต่ละโครงการที่กำลังจะดำเนินการทั้ง 5 สายข้างต้น หากรัฐมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการเหล่านี้ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้เอกชนไม่ว่า ทางตรงหรือทางอ้อม ประกอบกับรัฐยังมีนโยบายเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนด้วย
นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า







