
ทันสถานการณ์
ลุ้นบอร์ดบีโอไอเคาะลงทุนแสนล้าน
ลุ้นบอร์ดบีโอไอเคาะลงทุนแสนล้าน
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) เปิดเผยว่า วันที่ 25 พ.ย. 2557 บอร์ดบีโอไอที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะประชุมเพื่อพิจารณาและอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในโครงการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากลรุ่นที่ 2 หรืออีโคคาร์ 2 ของค่ายรถยนต์ 4 แห่ง ได้แก่ ซูซูกิ ฮอนด้า โตโยต้า และเอ็มจี รวมถึงกิจการโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ และกิจการสายการบิน โดย 4 ค่ายรถยนต์ ที่คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาบอร์ดบีโอไอครั้งนี้ จากก่อนหน้านี้บอร์ดบีโอไอได้อนุมัติการลงทุนให้ไปแล้ว 5 รายรวมเงินลงทุน 5.2 หมื่นล้านบาทกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 8.52 แสนคัน โดยเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2557 อนุมัติไป 4 รายได้แก่ ฟอร์ด, เชฟโรเลต, นิสสัน และ มิตซูบิชิและวันที่ 18 ก.ค. 57อนุมัติ ออโต้อัลลายแอนซ์ (มาสด้า)
ทั้งนี้เมื่อรวม 4 รายที่เตรียมจะอนุมัติใหม่นี้จะทำให้เหลือเพียงค่ายเดียวที่ยังไม่ได้รับอนุมัติคือ โฟล์คสวาเกน เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการยื่นขอรับการส่งเสริมฯ ตามโครงการนี้ทั้งหมด 10 ราย นอกจากนี้บอร์ดบีโอไอจะรพิจารณาเรื่องยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ของบีโอไอ ที่คาดว่าจะประกาศใช้ภายในต้นปี 2558
นายจักรมณฑ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ได้ประชุมร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้าตามมติคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) ในระดับภูมิภาค ซึ่งประเด็นหลักจะให้เร่งผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในภูมิภาคอาเซียน หรือเป็นของอาเซียน โดยได้มอบหมายให้สถาบันพลาสติกไปศึกษาให้เสร็จภายใน 1 เดือน
“เป้าหมายของการผลักดันคือต้องการให้ไบโอพลาสติกเป็นโปรดักแชมเปี้ยนตัวใหม่ของไทยเหมือนกับอีโคคาร์ ที่เราไม่มีอะไรยังเป็นฮับได้ หรืออุตสาหกรรมปิโตรเคมีของไทยในยุคโชติช่วงชัชวาลที่ค้นพบก๊าซในอ่าวไทย ซึ่งไทยเป็นฮับด้านนี้ได้ด้วยภูมิศาสตร์ที่เอื้อในการป้อนวัตถุดิบที่เป็นสินค้าเกษตรอยู่แล้วทั้งอ้อยน้ำตาล มันสำปะหลัง โดยการส่งเสริมอาจต้องอาศัยมาตรการของบีโอไอเข้ามาสนับสนุน แต่ทั้งนี้ให้สถาบันพลาสติกไปทำแผนมาให้ชัดภายใน 1 เดือนนี้เพื่อนำแผนไปโรดโชว์ในการดึงดูดการลงทุน”นายจักรมณฑ์กล่าว
รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า การประชุมยังได้มีการหารือเกี่ยวกับตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยางล้อ ซึ่งล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุจะจัดหาพื้นที่ตั้งให้ 50 ไร่ที่จ.ฉะเชิงเทรา โดยจะเป็นการก่อสร้างสนามทดสอบความยาวประมาณ 500 เมตร โดยจะใช้งบประมาณ 400 ล้านบาทซึ่งงบประมาณสนับสนุนนี้จะต้องนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ(กนย.) พิจารณาก่อนซึ่งอาจจะเป็นการจัดสรรงบประมาณพิเศษ
ทั้งนี้ การลงทุนครั้งนี้จะส่งผลดีระยะยาวต่ออุตสาหกรรมยางล้อโดยเฉพาะส่วนที่เป็นผู้ประกอบการไทย ที่ไม่ต้องส่งตัวอย่างไปทดสอบมาตรฐานในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีต้นทุนการส่งทดสอบอยู่ประมาณปีละ 50 ล้านบาท ถ้าทดสอบในประเทศต้นทุนอาจจะเหลือเพียง 35 ล้านบาท และเงินดังกล่าวก็จะเป็นรายได้ที่หมุนเวียนอยู่ในประเทศ และแม้ต้นทุนที่ลดลงดังกล่าวจะน้อยเมื่อเทียบกับเงินที่ต้องลงทุน แต่การเริ่มต้นนี้มองถึงผลกระยะยาวเพราะศูนย์ทดสอบอาจขยายไปสู่การทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ
“ศูนย์ทดสอบนี้จะมีขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย เพราะผู้ผลิตยางล้อต่างชาติเขามีสนามทดสอบของเขาเองอยู่แล้ว ซึ่งเรามองว่าคุ้มเพราะเป็นการรองรับอุตสาหกรรมยางที่จะขยายตัวในอนาคตความต้องการทดสอบมาตรฐานก็จะสูงขึ้น เช่นจีนก็กำลังจะมาลงทุนมากขึ้น และเราสามารถรับจ้างทดสอบผลิตภัณฑ์จากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคได้” นายจักรมณฑ์ กล่าว
ไฟเขียวน้ำตาลทรายดิบผลิตเอทานอล
กอน. อนุมัติให้โรงงานน้ำตาลทรายสามารถนำน้ำตาลทรายดิบผลิตเป็นเอทานอล หวังลดปริมาณส่งออก มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ เพิ่มรายได้ให้แก่อุตสาหกรรม
นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ได้เห็นชอบในหลักการตามที่ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทรายได้ทำหนังสือเพื่อขอนำน้ำตาลทรายดิบมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนในรูปแบบเอทานอล โดยการอนุมัตินี้เป็นไปเพื่อเปิดทางให้โรงงานน้ำตาลทรายสามารถบริหารจัดการด้านผลผลิตน้ำตาลทรายให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายได้ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำตาลทรายในตลาดโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มในการส่งออกน้ำตาลทรายดิบ ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้น







