
ลุ้นปี’58อุตสาหกรรมโตแนะปรับตัวรับเปลี่ยนยุค
“จักรมณฑ์” มั่นใจปีหน้าอุตสาหกรรมโต 6% ลงทุนรัฐหนุนก่อสร้างส่งออกดีขึ้น เตือนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยเปลี่ยนยุคแล้วไม่ดึงดูดเหมือนในอดีตต้องเร่งปรับตัว ส่วนภาครัฐต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมการผลิตกับตลาด
“จักรมณฑ์” มั่นใจปีหน้าอุตสาหกรรมโต 6% ลงทุนรัฐหนุนก่อสร้างส่งออกดีขึ้น เตือนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยเปลี่ยนยุคแล้วไม่ดึงดูดเหมือนในอดีตต้องเร่งปรับตัว ส่วนภาครัฐต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมการผลิตกับตลาด
“จักรมณฑ์” มั่นใจปีหน้าอุตสาหกรรมโต 6% เตือนผู้ประกอบการปรับตัว รับเปลี่ยนยุค
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในปี 2558 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 34% ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัวได้ประมาณ 6% ซึ่งเป็นผลจากฐานที่ต่ำของปีนี้ ประกอบกับปัญหาการเมืองเริ่มคลี่คลาย การส่งออกที่จะดีกว่าปีนี้ และปี 2558 จะเป็นปีที่รัฐบาลเริ่มเร่งลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมที่ เกี่ยวข้องกับภาคก่อสร้างขยายตัวสูง
“เศรษฐกิจในปีหน้าจะได้แรงหนุนจากการก่อสร้างในโครงการของภาครัฐ รวมทั้งภาคเอกชนที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนไปก่อนหน้านี้ เช่น โครงการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ก็จะเริ่มมีการลงทุน นอกจากนั้นราคาน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่องก็ทำให้ภาคธุรกิจได้ประโยชน์และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม” นายจักรมณฑ์ กล่าว
นายจักรมณฑ์ กล่าวว่า ระหว่างการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “อนาคตเศรษฐกิจไทยหลังปฏิรูปอุตสาหกรรม” ว่า ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอาเซียนแล้วถือว่าอุตสาหกรรมไทยมีความเป็นผู้นำในภูมิภาค แต่ตอนนี้ถือว่ามาถึงช่วงของการเปลี่ยนยุคที่ ผู้ประกอบการต้องปรับตัวรับมือ เพราะในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา ไทยได้สะสมความสามารถด้านอุตสาหกรรมในช่วงประเทศเพื่อนบ้านมีปัญหา นักลงทุนญี่ปุ่นไหลเข้ามาลงทุนในไทย แต่ขณะนี้เพื่อนบ้านมีความมั่นคงทางการเมืองมากกว่าไทย และระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจก็เข้ามาใกล้ไทย
“ตอนนี้เราไม่ได้ได้เปรียบเพื่อนบ้านอีกแล้วเราไม่ได้เป็นดาลิ่งของต่างชาติ เป็นสาวงามที่อายุมาก มีเสน่ห์อยู่แต่ก็ต้องเมคอัพมากหน่อย ดังนั้นต้องเข้าใจว่ามันเปลี่ยนยุคแล้วเราไม่ได้เป็นดาราของภูมิภาคนี้ คู่แข่งก็พยายามเต็มที่ในการดึงนักลงทุน ขณะที่ยุทธศาสตร์ของนักลงทุนก็กระจายความเสี่ยงไม่ได้มุ่งมาประเทศไทยเราต้องช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น” นายจักรมณฑ์ กล่าว
สำหรับการปฏิรูปเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมต้องร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยส่วนของภาค รัฐต้องเข้าไปเสริมให้อุตสาหกรรมมี ความสามารถแข่งขันสูงขึ้น ต้องเชื่อมโยงกันระหว่างอุตสาหกรรมผู้ผลิต ผู้บริโภคและการตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ซึ่งที่กำลังดำเนินมีอยู่ 3 ส่วน คือ 1.การปรับการทำงานของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น โดยเน้นที่การแก้ไขกฎระเบียบ ลดขั้นตอนการออกใบอนุญาตให้น้อยลงเพื่อสร้างความสะดวกและลดต้นทุนให้กับภาคเอกชน
2.เร่งรัดการลงทุนโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างความสะดวกรวดเร็วในการคมนาคมขนส่ง และ 3.การสร้างความเชื่อมโยง (connectivity) ซึ่งมีทั้งในส่วนของการเชื่อมโยงกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมในซัพพลายเชน และการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภคและการเชื่อมโยงกับตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงจากนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล
นายจักรมณฑ์ กล่าวว่า แนวทางการปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยให้ยั่งยืนต้องให้ความสำคัญใน 4 เรื่องได้แก่ 1.การสร้างนวัตกรรมใหม่ในสินค้า 2.การให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งได้ในนโยบายไปแล้วว่าให้หน่วยงานภาครัฐทำงานวิจัยโดยเน้นที่ความต้องการของตลาดและเอกชน โดยส่งเสริมให้ผู้ผลิตพัฒนาสินค้าและการให้บริการที่ตรงตามความต้องการของตลาด 3.การให้ความสำคัญกับเรื่องของความยั่งยืน และ 4.การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับภาคอุตสาหกรรม โดยอาศัยนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลเข้ามาช่วยสนับสนุน







