
ผลตอบแทนของกองทุน กับผลตอบแทนจากการลงทุน
ผลตอบแทนของกองทุนถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนเวลาที่จะเลือกซื้อกองทุน ซึ่งผลตอบแทนที่ถูกนำมาใช้แสดงบนหน้าเว็บไซต์ หรือหนังสือชี้ชวนต่างๆ เป็นผลตอบแทนของกองทุนที่คำนวณจากกรอบระยะเวลาหนึ่ง เช่น 1 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี ซึ่งเป็นผลงานที่กองทุนกองนั้นๆ ทำได้จริง เพียงแต่ในความเป็นจริงแล้ว นักลงทุนหลายท่านอาจไม่ได้ถือหน่วยลงทุนนานขนาดนั้น ดังนั้นผลตอบแทนที่แสดงให้เห็นนั้นถือเป็นผลตอบแทนของกองทุน มิใช่ผลตอบแทนของนักลงทุน ซึ่งวันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังถึงความหมายที่แท้จริงของผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจริง หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Investor Return นั้นเอง
ผลตอบแทนของกองทุนถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนเวลาที่จะเลือกซื้อกองทุน ซึ่งผลตอบแทนที่ถูกนำมาใช้แสดงบนหน้าเว็บไซต์ หรือหนังสือชี้ชวนต่างๆ เป็นผลตอบแทนของกองทุนที่คำนวณจากกรอบระยะเวลาหนึ่ง เช่น 1 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี ซึ่งเป็นผลงานที่กองทุนกองนั้นๆ ทำได้จริง เพียงแต่ในความเป็นจริงแล้ว นักลงทุนหลายท่านอาจไม่ได้ถือหน่วยลงทุนนานขนาดนั้น ดังนั้นผลตอบแทนที่แสดงให้เห็นนั้นถือเป็นผลตอบแทนของกองทุน มิใช่ผลตอบแทนของนักลงทุน ซึ่งวันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังถึงความหมายที่แท้จริงของผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจริง หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Investor Return นั้นเอง
ผลตอบแทนจากการลงทุน (Investor Return) คืออะไร
นักลงทุนส่วนใหญ่อาจตัดสินใจซื้อขายกองทุนผิดจังหวะ เช่น ซื้อกองทุนที่อยู่ในช่วงขาขึ้นในจังหวะที่ผลตอบแทนเริ่มคงที่ หรือขายกองทุนที่อยู่ในช่วงขาลง และพลาดโอกาสทำกำไรเมื่อผลตอบแทนดีดตัวกลับขึ้นมา ซึ่งข้อเท็จจริงในส่วนนี้สามารถวิเคราะห์ได้จาก “ผลตอบแทนจากการลงทุน” (Investor Return)
ในการคำนวณหา “ผลตอบแทนจากการลงทุน” (Investor Return) นั้น มอร์นิ่งสตาร์ใช้ข้อมูลกระแสเงินเข้าออกกองทุนในแต่ละเดือน เพื่อนำมาคำนวณหาผลตอบแทนจริงๆ ที่นักลงทุนได้รับในแต่ละช่วงเวลา เช่น กองทุนที่มีผลตอบแทนสูงมากในช่วงสองปีแรก แต่นักลงทุนส่วนใหญ่เข้าซื้อกองทุนนี้ในปีที่สามซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ผลตอบแทนเริ่มลดลงมา ทำให้ “ผลตอบแทนจากการลงทุน” (Investor Return) ลดลงตามไปด้วย ดังนั้นแม้ว่าผลตอบแทนสามปีของกองทุนจะอยู่ในระดับที่ดี แต่ผลตอบแทนจากการลงทุนที่นักลงทุนส่วนใหญ่ได้รับจริงๆ อาจไม่เป็นไปตามนั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนส่วนใหญ่เลือกลงทุนผิดเวลานั่นเอง
ส่วนต่างนักลงทุน (The Investor Gap)
ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนของกองทุนและผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนนั้น เรียกว่า ส่วนต่างนักลงทุน (The Investor Gap) ซึ่งจะต่างกันมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนซื้อขายหน่วยลงทุนในช่วงเวลานั้นๆ มากน้อยแค่ไหนนั่นเอง ตรงนี้บางท่านอาจคิดว่าผลตอบแทนของนักลงทุนดูเหมือนจะมีความสำคัญมากกว่าผลตอบแทนรวมของกองทุน แต่ถ้าเรากลับไปมองให้ดีว่าผลตอบแทนของนักลงทุนถูกคำนวณมาจากค่าเฉลี่ยของนักลงทุนในกองทุนนั้นๆ แล้วตัวท่านล่ะเป็นนักลงทุนในกลุ่มนั้นหรือเปล่า ถ้าท่านเป็นนักลงทุนที่มีวัตถุประสงค์ในการลงทุนระยะยาว การลงทุนในกองทุนที่มีส่วนต่างนักลงทุนมากก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับท่าน แต่ถ้าท่านเป็นนักลงทุนประเภทตื่นตระหนกกับข่าวร้ายได้ง่าย การลงทุนในกองทุนที่มีส่วนต่างนักลงทุนมากนั้นก็ดูเหมือนจะไม่เหมาะกับนักลงทุนประเภทนี้
ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่า นักลงทุนจำเป็นต้องลงทุนในกองที่มีส่วนต่างนักลงทุนน้อยๆ และหลีกเลี่ยงกองทุนที่มีส่วนต่างนักลงทุนมากๆ มอร์นิ่งสตาร์มีเครื่องมือที่จะช่วยนักลงทุนในการพิจารณากองทุนว่า กองทุนนั้นๆ เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของนักลงทุนและควรที่จะลงทุนระยะยาวกับกองทุนนั้นหรือไม่ Morningstar Risk Rating และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เป็นเครื่องมือที่จะช่วยนักลงทุนเปรียบเทียบความผันผวนของผลตอบแทนในช่วงเวลานั้นๆ นักลงทุนสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือเหล่านี้ได้ที่ www. morningstarthailand.com







