
โตชิบาลดไอทีเน้นเครื่องใช้ไฟฟ้า
แก้เกมโน้ตบุ๊กวูบปีหน้าภาพรวมฟื้นหวังโตเกิน10%
แก้เกมโน้ตบุ๊กวูบปีหน้าภาพรวมฟื้นหวังโตเกิน10%
โตชิบาเชื่อปีหน้าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าฟื้น โฟกัสเครื่องใช้ไฟฟ้าครัวเรือน ทีวี หลังตลาดไอทีขาลง หวังโตกว่า 10%
นายยูกิฮารุ อาดาชิ ประธานบริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า มั่นใจว่าแนวโน้มเศรษฐกิจปีหน้าจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีนี้ เพราะผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นและนำเงินออกมาจับจ่ายใช้สอย รวมทั้งภาพรวมส่งออกน่าจะดีขึ้นหลังจากปีนี้ติดลบต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกผลักดันให้กลุ่มรากหญ้ามีกำลังซื้อที่ดีขึ้น และจะส่งผลให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปีหน้าเติบโตได้ 10% และบริษัทเติบโตมากกว่า 10%
อย่างไรก็ตาม หากภาวะเศรษฐกิจในปีหน้าไม่ได้ดี บริษัทได้เตรียมแผนสำรองโดยใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อขยายตลาดอาเซียน พร้อมกับทำตลาดสินค้าที่โตชิบายังทำไม่เต็มที่นัก
สำหรับแผนงานปีหน้าบริษัทจะให้ความสำคัญกับกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน (เอชเอ) โดยเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก 45% เป็น 50% และสินค้าหมวดภาพและเสียงหรือทีวี (เอวี) เพิ่มสัดส่วนรายได้จาก 35% เป็น 40% เนื่องจากยังมีอัตราเติบโตดี พร้อมทั้งลดบทบาทธุรกิจไอทีลงให้เหลือสัดส่วนรายได้จาก 20% เป็น 10% เพราะเป็นตลาดที่อยู่ในภาวะขาลง จากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ทำให้ตลาดโน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์ซีพีหดตัวลง 30-40%
นอกจากนี้ จะทำตลาดโดยเน้นด้านคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น ภายใต้แนวคิดการผสานเทคโนโลยีเข้ากับผลิตภัณฑ์และบริการของโตชิบา ของกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนในสินค้า 5 หมวด คือ ตู้เย็น ทั้งสินค้าตู้เมีด้วยกัน 5 หมวด ได้แก่ 1.ตู้เย็น เปิดตัวสินค้าใหม่ทั้งประตูเดียวออกแบบการใช้งานเป็นมินิบาร์สีสันสวยงาม ส่วนสองประตูเน้นเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ ขนาด 19.9 – 21.8 คิว จำนวน 5 รุ่น 2.เครื่องซักผ้า นำเสนอเทคโนโลยีตัวถังซักที่มาพร้อมสารเคลือบ 3.เครื่องปรับอากาศเปิดตัวรุ่น Daiseikai 8 ตามด้วย 4.เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องฟอกอากาศและพัดลม
ขณะที่การทำตลาดสินค้ากลุ่มภาพและเสียงจะเน้นการเปิดตัวทีวีขนาดใหญ่มีไฮไลต์ด้วยกัน 2 รุ่น ได้แก่ L9450 ขนาดตั้งแต่ 50 65 และ 84 นิ้ว ตามด้วยรุ่น L5450 ขนาด 32 40 47 และ 55 นิ้ว พร้อมเปิดตัวทีวีดิทัล 2 รุ่น ได้แก่ L3450 L2450 ตามด้วยกลุ่มไอทีในกลุ่มพีซี ประกอบด้วย โน้ตบุ๊ก อัลตร้าบุ๊ก และแท็บเล็ต โดยหันไปเจาะกลุ่มธุรกิจบีทูบีหรือกลุ่มลูกค้าองค์กร การศึกษา เพิ่มจาก 15% เป็น 20% และผู้บริโภคทั่วไปจาก 85% เป็นเหลือ 80%
“จากการที่รัฐบาลมีนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีผลักดันให้กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี เริ่มตื่นตัวกับการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี รวมทั้งไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการเปิดตัวโน้ตบุ๊กเท็กร่าในครั้งนี้ปรับราคาลงจาก 4 หมื่นบาทขึ้นไป เหลือเพียงกว่า 3.5 หมื่นบาท เพื่อให้กลุ่มเอสเอ็มอีเข้าถึงสินค้าได้ง่ายยิ่งขึ้นส่วนหมวดแก็ดเจ็ต เน้นทำตลาดให้มีความหลากหลาย ตอบสนองโลกที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว” นายอาดาชิ กล่าว
นอกจากนี้บริษัทเดินหน้าขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านทางออนไลน์ รองรับในอีก 2 ปีข้างหน้า ธุรกิจอีคอมเมิร์ชในเอเชียจะมีอัตราเติบโตสูงที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ เริ่มเปิดดำเนินการ 2-3 เดือน ยอดขายราว 2-3 แสนบาทต่อเดือน และคาดว่าจะเติบโต 20% ต่อเดือน ส่วนในอนาคตตั้งเป้ามียอดขายเติบโต 50% พร้อมกับแต่งตั้งศูนย์บริการอีก 200 แห่งทั่วประเทศ อีกทั้งยังมุ่งจัดกิจกรรมผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพื่อขยายฐานลูกกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน สำหรับปีนี้วางเป้าหมายรายได้เติบโต 10%







