
พณ.ขู่จัดหนักพวกฉวยโอกาสขึ้นสินค้า
“พาณิชย์” เตรียมจัดหนักผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า เร่งสุ่มตรวจร้านค้าตามที่ประชาชนร้องเรียน พร้อมขอความร่วมมือผู้ผลิตตรึงราคาจนกว่าจะพ้นช่วงปีใหม่
“พาณิชย์” เตรียมจัดหนักผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า เร่งสุ่มตรวจร้านค้าตามที่ประชาชนร้องเรียน พร้อมขอความร่วมมือผู้ผลิตตรึงราคาจนกว่าจะพ้นช่วงปีใหม่
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้ กรมจะลงสุ่มตรวจผู้ประกอบการสินค้าและร้านอาหารจานด่วน ที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเข้ามาว่ามีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า เพราะจากการศึกษาต้นทุนในการผลิตสินค้าต่างๆพบว่า ต้นทุนในการผลิตส่วนใหญ่ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น มีแต่ทรงตัวและลดลง หากผู้ผลิต ผู้ประกอบการรายใดขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้ จะถือเป็นการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน กรมจะดำเนินการตามกฎหมายตั้งแต่ขั้นเบาสุดไปจนถึงหนักสุด
“กฎหมายที่มีอำนาจอยู่ถือเป็นกฎหมายแรง ซึ่งในการตรวจสอบก็จะเริ่มตั้งแต่การตักเตือน หากไม่เชื่อก็ต้องใช้กฎหมายจัดการขึ้นเด็ดขาด โดยพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 29 โทษหนักสุดคือปรับ 1.4 แสนบาท และจำคุก 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และการไม่ปิดป้ายแสดงราคาก็จะมีโทษปรับ 1 หมื่นบาท”
นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า การตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าจะทำอย่างเข้มงวด โดยจัดให้มีสายตรวจออกตรวจสอบราคาสินค้าเป็นประจำทุกวันๆ ละ 10 สาย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนในต่างจังหวัด ก็มีค้าภายในจังหวัดออกตรวจสอบ และจะเพิ่มการตรวจสอบแบบจู่โจมมากขึ้น ซึ่งจากการวิเคราะห์ต้นทุน โดยเฉพาะอาหารปรุงสำเร็จ พบว่า วัตถุดิบในการผลิตอาหารส่วนใหญ่ทรงตัวและปรับลดลง เช่น น้ำมันพืช ราคาขณะนี้ 38-39 บาทต่อขวดลิตร น้ำมันถั่วเหลือง ราคาทรงตัวที่ 55 บาทต่อขวด ขณะที่เนื้อสุกร ไข่ไก่ ก็มีราคาลดลง รวมถึงผักสดต่างๆ ทำให้กรมไม่ต้องประกาศราคาแนะนำ โดยเฉพาะเนื้อสุกร ส่วนราคาก๊าซหุงต้ม แม้จะปรับเพิ่มขึ้น แต่เมื่อวิเคราะห์ลงไปแล้ว ก็พบว่า กระทบต้นทุนเพียงแค่จานละไม่กี่สตางค์ จึงไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการปรับขึ้นราคา
สำหรับต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ พบว่า ส่วนใหญ่ทรงตัว และราคาลดลง โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันดีเซล ที่เป็นต้นทุนหลักในการขนส่ง ราคาก็ลดลงอยู่ที่ลิตรละ 29.39 บาท จึงไม่มีแรงกดดันต่อต้นทุนการขนส่งและกระทบต่อต้นทุนสินค้า
พร้อมกันนี้ กรมได้หารือกับผู้ประกอบการในหลายๆ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคตามนโยบายของพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการสินค้าไม่ให้ปรับขึ้นราคาจนกว่าจะพ้นช่วงเทศกาลปีใหม่ไปแล้ว ซึ่งเป็นการขอความร่วมมือเพิ่มเติมจากมาตรการเดิมที่ให้ผู้ประกอบการสินค้าตรึงราคาจนถึงสิ้นเดือนพ.ย. 2557 แต่หากรายใดที่แบกรับต้นทุนไม่ไหว หรือมีเหตุที่ทำให้ต้นทุนปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วก็พร้อมพิจารณาให้
“ต้นทุนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นข่าวดีเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนที่จะได้เบาใจในการจับจ่ายใช้สอย แต่กรมก็ไม่ได้ปิดกั้นในการปรับขึ้นราคาสินค้า หากผู้ผลิตมีต้นทุนในการผลิตสูงขึ้นจริง ก็สามารถที่จะเข้ามาหารือได้ ซึ่งกรมจะพิจารณาให้ตามความเป็นจริง เพราะได้ยึดหลักกลไกตลาดเสรี และไม่บิดเบือนกลไกตลาด เพียงแต่ว่าจะบริหารจัดการให้ทั้งฝ่ายผู้ผลิตและผู้บริโภคอยู่ร่วมกันได้ ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดือดร้อน” นายบุณยฤทธิ์ กล่าว







