
"ธนินท์"ปัดเจรจาโลตัสแย้มหากขายจริงพร้อมซื้อ
"ธนินท์" ปฏิเสธข่าวซื้อโลตัส เผยหากขายจริงพร้อมเข้าซื้อ แย้มสนอินเทอร์เน็ต อีคอมเมิร์ซ ศูนย์กระจายสินค้า และโลจิสติกส์
"ธนินท์" ปฏิเสธข่าวซื้อโลตัส เผยหากขายจริงพร้อมเข้าซื้อ แย้มสนอินเทอร์เน็ต อีคอมเมิร์ซ ศูนย์กระจายสินค้า และโลจิสติกส์
เมื่อวันที่ 24 พ.ย. นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวที่ออกมาว่า ได้เข้าไปเจรจาซื้อเทสโก้ โลตัสประเทศไทยนั้น ขอปฎิเสธว่าไม่เป็นความจริง และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของห้างเทสโก้ โลตัส เข้ามาเจรจากับบริษัทให้เข้าไปซื้อกิจการของห้างเทสโก้ โลตัสในประเทศไทย แต่หากเทสโก้ โลตัสสนใจที่จะขายกิจการบริษัทก็มีความสนใจและพร้อมที่จะเข้าซื้อกิจการ
ทั้งนี้ เท่าที่ศึกษาธุรกิจเทสโก้ โลตัสในประเทศไทยพบว่า ยังมีความแข็งแรงมีหนี้ไม่กี่พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตัวธุรกิจเองก็มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่น่าจะเดือดร้อนถึงขั้นต้องขายกิจการ นอกจากนี้ยังได้ยินข่าวมาว่ามีสถาบันการเงินหลายแห่งเข้ามาเจรจาให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน
“ถ้าข่าวนี้เป็นเรื่องจริงผมคงแอบคุยกัน 2 คนเป็นความลับ ไม่เปิดเผยให้ใครรู้ แต่ข่าวหนังสือพิมพ์ที่ออกมามารู้มากกว่าผมอีกพูดเป็นเรื่องเป็นราว ทั้งเรื่องราคาทั้งเรื่องอะไร ทุกวันนี้ผมยังไม่เคยได้สัมผัสกับเจ้าหน้าที่ของโลตัสเลย นอกจากนี้ยังรู้มาว่าซีอีโอ ของโลตัสที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง เขายังต้องเข้ามาเรียนเข้ามาศึกษาธุรกิจว่าเป็นอย่างไร”นายธนินท์กล่าว
อย่างไรก็ดี ถ้ามีการซื้อกิจการจริงจะเชิญสื่อมวลชนมาแถลงข่าวเป็นกลุ่มแรก เนื่องจากเทสโก้ โลตัสก็เหมือนกับลูกคนหนึ่งที่เลี้ยงมา แต่พอเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งเลี้ยงไม่ไหวจึงทำให้ต้องขายธุรกิจไป เพราะเวลามีวิกฤตสินค้าที่ขายได้ต้องเป็นของดี ซึ่งแม้ว่าบริษัทจะขายหุ้นของเทสโก้ โลตัส ไปทั้งหมดแล้วเมื่อปี 2541 เพื่อรักษาธุรกิจอื่นๆ ไว้
นายธนินท์ กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้บริษัทยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมีอะไรก็คอยช่วยเหลือกัน และนายสุนทร อรุณานนท์ชัย ผู้บริหารระดับสูงของเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังคงนั่งเป็นประธานกรรมการในห้างเทสโก้ โลตัส เพื่อให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าเทสโก้ โลตัสขายจริงก็สนใจซื้อ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ยินข่าวว่าจะขาย และบริษัทจะซื้อกิจการของเทสโก้ โลตัส ก็ไม่ได้ถือเป็นการผูกขาดตลาด เนื่องจากเทสโก้ โลตัสกับกับแมคโครไม่เหมือนกัน ทำธุรกิจแตกต่างกัน ซึ่งน่าจะเป็นผลดีกับผู้บริโภคมากกว่า เพราะจะทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์และซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลง
สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจในอนาคตอะไรที่ไม่ขัดกับธุรกิจเดิมที่ทำอยู่แล้วบริษัทให้ความสนใจหมด แต่ธุรกิจที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษตอนนี้ คือ อินเทอร์เน็ต อีคอมเมิร์ซ ศูนย์กระจายสินค้า(ดีซี) และธุรกิจขนส่ง(โลจิสติกส์) โดยในส่วนของแผนปี 2558 บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพราะบริษัทมีความมั่นใจในเศรษฐกิจของไทย และคาดว่าจะใช้งบลงทุนสูงกว่าปีนี้อย่างแน่นอน
นายธนินท์ กล่าวอีกว่า ส่วนกระแสข่าวที่เข้าไปเจรจาซื้อกิจการแอลเอชแบงก์นั้น ขอปฏิเสธว่าขณะนี้ยังไม่ได้เข้าไปซื้อกิจการดังกล่าว แต่ยอมรับว่าเคยเข้าไปเจรจาแต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปทางธุรกิจ เนื่องจากบริษัทไม่มีความถนัดในธุรกิจดังกล่าว จึงต้องทำการศึกษาธุรกิจเพิ่มเติม แต่หากบริษัทเข้าไปซื้อกิจการแอลเอชแบงก์จริง บริษัทคงเน้นเจาะไปที่กลุ่มลูกค้ารายย่อย เพื่อไม่ให้ชนกับธุรกิจสถาบันการเงินรายใหญ่
“นโยบายของผมจะเน้นการเข้าไปร่วมทำธุรกิจกับผู้ประกอบการย่อย เช่นเข้าไปถ้าหุ้นเพียง 10-20% พอธุรกิจเข้าโตเราก็โตตามไปด้วย จาก 20% ก็เป็น 100% เพราะทำธุรกิจเองไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นเราต้องไปช่วยเค้าให้เติบโต แนวทางการดำเนินธุรกิจของผมไม่มีอำนาจจะไปบังคับให้ใครซื้อสินค้าของผมได้ จึงทำให้ต้องกลับมาคิดว่าทำอย่างไรก็จะขายของดีราคาถูกได้ เพราะนโยบายของผมตลาดในโลกนี้เป็นของซีพี วัตถุดิบในโลกนี้เป็นของซีพี คนเก่งในโลกนี้เป็นของซีพี และเงินอยู่ในโลกนี้เป็นของซีพี ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้เป็นหรือเปล่า เขายอมให้เราใช้หรือเปล่า”นายธนินท์กล่าว







