
5 ข้อควรพินิจก่อนคิดทำธุรกิจ
การเริ่มธุรกิจเป็นการเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่นเดียวกับกลายเป็นพ่อแม่คน ไม่เพียงแต่จะต้องเตรียมทั้งอารมณ์และการเงินให้พร้อมแล้ว ก็ยังต้องทุ่มเทให้กับสิ่งที่เริ่มสร้างมากับมือและผลักดันให้เกิดการเติบโต และระหว่างนั้นก็มักจะมีเรื่องที่ต้องทำให้ปวดหัวเสมอ ดังนั้น ผู้ที่คิดจะเปิดกิจการเป็นของตัวเองก็ควรจะคำนึงถึง 5 คำถามที่ทางวอลสตรีท เจอร์นัล ได้ตั้งไว้เสียก่อน แล้วกลับมาพิจารณาดูว่าพร้อมจะใช้ชีวิตแบบนี้หรือไม่
การเริ่มธุรกิจเป็นการเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่นเดียวกับกลายเป็นพ่อแม่คน ไม่เพียงแต่จะต้องเตรียมทั้งอารมณ์และการเงินให้พร้อมแล้ว ก็ยังต้องทุ่มเทให้กับสิ่งที่เริ่มสร้างมากับมือและผลักดันให้เกิดการเติบโต และระหว่างนั้นก็มักจะมีเรื่องที่ต้องทำให้ปวดหัวเสมอ ดังนั้น ผู้ที่คิดจะเปิดกิจการเป็นของตัวเองก็ควรจะคำนึงถึง 5 คำถามที่ทางวอลสตรีท เจอร์นัล ได้ตั้งไว้เสียก่อน แล้วกลับมาพิจารณาดูว่าพร้อมจะใช้ชีวิตแบบนี้หรือไม่
1.มีความหลงใหลในสินค้าหรือบริการนี้หรือไม่? คำถามที่เกิดขึ้นในช่วงแรกของการเปิดกิจการมักหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า “ฉันตัดสินใจถูกหรือเปล่า” โดยเฉพาะถ้ากำไรที่ได้มันน้อยนิดจนน่าท้อแท้ แต่สิ่งที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ผ่านช่วงนั้นไปได้ก็คือใจรักในสิ่งที่ทำอยู่จริงๆ
2.ทนต่อความเสี่ยงได้มากแค่ไหน? ไม่ว่าจะเป็นการต้องออกจากงานประจำ หรือเซ็นสัญญาเช่าที่ ธุรกิจล้วนแต่มีความเสี่ยงทั้งนั้น การตัดสินใจลงมือทำ หรือปรับเปลี่ยนบางสิ่งจำเป็นต้องใช้ความรอบคอบอย่างมาก แต่หลายๆ ครั้งก็มีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ดังนั้น การทำธุรกิจก็คงไม่เหมาะสำหรับพวกใจปลาซิวมากนัก
3.มีความสามารถในการตัดสินใจหรือเปล่า? ในฐานะที่เป็นเจ้าของกิจการก็ต้องเป็นคนตัดสินใจทุกอย่างเอง คำถามแรกๆ ที่ต้องตอบก็เช่น จะทำงานที่บ้านหรือเปิดออฟฟิศ? ต้องจ้างพนักงานไหม? เลือกลูกค้าอย่างไรดี? หรือจะโฆษณาอย่างไร? และคำถามต่างๆ จะมีแต่ยากและหนักขึ้นเท่านั้น ถ้าไม่มั่นใจก็อาจต้องถอยเสียดีกว่า
4.พร้อมจะแบกรับภาระหรือยัง? ในขณะที่ลูกจ้างบริษัทจะทำงานตามคำสั่งของหัวหน้า แต่เจ้าของกิจการต้องเป็นฝ่ายจัดการทุกอย่างเอง บทบาทที่หลากหลาย ทั้งดูแลลูกน้อง ทำงานให้ออกมาถูกใจลูกค้า ประชาสัมพันธ์ร้าน เป็นภาระที่หนักอึ้ง ถ้าไม่พร้อมที่จะลงมาควบคุมทุกกระบวนการทำงานด้วยตนเองก็ยังไม่ควรเปิดธุรกิจ
5.จะหมดไฟหรือเปล่า? เจ้าของกิจการบางคนทำงาน 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน ไม่เหลือเวลาให้เพื่อนและครอบครัว หรือปลีกเวลาให้ตัวเองได้ผ่อนคลายเลย แต่วิธีการทำงานแบบนี้นอกจากจะเหนื่อยแล้ว ยังทำให้หมดไฟ หรือหมดใจรักในงานไปได้ง่าย เพราะพลังและความคิดสร้างสรรค์จะถูกเค้นออกมา แทนที่จะปล่อยไปตามธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้จะหมดไฟหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการรักษาสมดุลชีวิตส่วนตัวและการทำงานให้ดี







