
โรงไฟฟ้าแม่เมาะแสนแพง กฟผ.แจงคิดดีแล้ว
การประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะขนาด 600 เมกะวัตต์ โดยใช้ลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิง เพื่อทดแทน โรงไฟฟ้าแม่เมาะเดิมหน่วยที่ 47 ที่ปลดระวางไป
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
การประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะขนาด 600 เมกะวัตต์ โดยใช้ลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิง เพื่อทดแทน โรงไฟฟ้าแม่เมาะเดิมหน่วยที่ 47 ที่ปลดระวางไป ที่คณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พิจารณาอนุมัติให้กลุ่มร่วมค้าอัลสตอม ประเทศฝรั่งเศส ร่วมกับอัลสตอม ประเทศไทย และกลุ่มมารูเบนิ คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น เป็นผู้ชนะการประมูลในวงเงินก่อสร้าง 3.8 หมื่นล้านบาท ก่อนจะเจรจาต่อรองราคาลงมาเหลือ 3.5 หมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นเรื่องที่ชวนติดตามอย่างยิ่งว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะตัดสินใจอย่างไร
เนื่องจากราคาดังกล่าวถือว่าสูงกว่าราคากลางที่ กฟผ.เคยตั้งไว้ครั้งแรก 2.8 หมื่นล้านบาท ก่อนที่จะทยอยปรับราคากลางขึ้นมาเป็น 3 หมื่นล้านบาท และปรับขึ้นเป็น 3.2 หมื่นล้านบาทในภายหลัง ก่อนที่จะเสนอให้คณะกรรมการ กฟผ. ในห้วงที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
ขณะเดียวกันนั้น ดูเหมือนว่าผู้ประมูลอีกรายนั้นก็จะเสนอราคาในเชิงเปรียบเทียบเท่านั้น เนื่องจากกลุ่มร่วมค้าสุมิโตโม ร่วมกับฮิตาชิ และกลุ่มอิตาเลียนไทย เสนอราคาประมูลไปแข่งสูงลิ่วถึง 48,350 ล้านบาท
ราคาประมูลที่สูงเกินกว่าที่เคยประมาณการ 12 หมื่นล้านบาท จึงหาความกระจ่างไม่ได้ จะว่า กฟผ.ตั้งราคาต่ำก็คงไม่ใช่ เพราะมิใช่องค์กรที่ไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าถ่านหิน
และนี่คือคำชี้แจงของผู้บริหาร กฟผ. ในการตัดสินใจลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหินที่สุดแสนจะแพง...
รัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า กฟผ. กล่าวว่า การเปิดประมูลโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ ก่อนการเสนอโครงการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัตินั้นเป็นเรื่องปกติ และที่ผ่านมา กฟผ.ทำคู่ขนานมาตลอด ซึ่งทางผู้ชนะการประมูลก็มี ความเสี่ยงว่าหาก ครม.ไม่เห็นชอบโครงการก็พับไป เช่นเดียวกับโครงการนี้ แม้ ครม.เห็นชอบกรอบลงทุนไปแล้ว แต่หากมีข้อสงสัยและ จะล้มโครงการก็สามารถทำได้
รัตนชัย ชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องกำหนดเงื่อนไข ทีโออาร์ไว้สูง เช่น การกำหนดสเปกถ่านหินที่นำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า เพราะ กฟผ.ได้ไปสุ่มเจาะสำรวจแหล่งถ่านหินที่แม่เมาะแล้ว พบว่าเมื่อขุดลึกลงไป ถ่านหินมีส่วนผสมของแคลเซียมออกไซด์สูง เมื่อเผาแล้วจะมีการอุดตัน จึงต้องใช้อุปกรณ์เผาไหม้หรือ หม้อต้มที่มีคุณภาพสูง ไม่เช่นนั้นหากใช้ไปนานๆ เตาเผาจะทำงานไม่ได้ และโรงไฟฟ้าจะเดินเครื่อง ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อระบบ
ขณะเดียวกัน ราคาเดิมที่ กฟผ.กำหนดไว้แค่ 2.8 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นการกำหนดราคาก่อสร้างภายใต้อัตราการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนไดออกไซด์ในสัดส่วนที่เป็นไปตามมาตรฐาน แต่ใน ทีโออาร์ใหม่นั้น กำหนดให้ลดการปล่อยสารซัลเฟอร์ฯ จากโรงไฟฟ้าในอัตราที่ลดลงต่ำมาก จึงต้องเพิ่มอุปกรณ์ในการดักจับ เพราะถ่านหินที่แม่เมาะมี ซัลเฟอร์ฯ สูงถึง 3% ขณะที่ถ่านหินในต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย จะมีซัลเฟอร์ฯ แค่ 1% หากไม่ดำเนินการป้องกันจะเกิดปัญหาการต่อต้านจากชาวบ้าน
รัตนชัย ยืนยันว่า ตัวเลขประมูลที่เสนอมา 36,811 ล้านบาท เป็นราคาที่กระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ต่างรับทราบมาตลอดถึงการปรับเปลี่ยนตัวเลขจาก 2.8 หมื่นล้านบาท มาเป็น 36,811 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม รัตนชัย กล่าวว่า ตามขั้นตอนนั้น กฟผ.จะต้องเสนอเรื่องให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง หาก ครม.ไม่เห็นชอบโครงการก็พับไปได้ แม้ ครม.เห็นชอบกรอบลงทุนไปแล้ว แต่หากมีข้อสงสัยว่าราคาแพง เกินไป ครม.จะล้มโครงการก็สามารถทำได้
ขณะที่ วิวัฒน์ ชาญเชิงพานิช ผู้ช่วยผู้ว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้า กฟผ. กล่าวว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะแทนโรงผลิตเดิม (47) ที่หมดอายุการใช้งาน ไปเมื่อปี 2553 ได้ผ่านกระบวนการพิจารณา คัดเลือกบริษัทที่จะดำเนินการก่อสร้างแล้ว โดยคณะกรรมการ กฟผ.มีมติเลือกบริษัท อัลสตอม มารูเบนิ คอร์ปอเรชั่น จากผู้เข้าประมูลทั้งหมดรวม 3 ราย
ผู้ช่วยผู้ว่าการ กฟผ. ชี้แจงว่า สาเหตุที่เลือกบริษัทดังกล่าว เนื่องจากมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า “ซูเปอร์คริติคอล หรือไอน้ำอุณหภูมิยิ่งยวด” เนื่องจากให้ประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานสูง มีระบบกำจัดสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์เพื่อลดผลกระทบกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่เป็นเทคโนโลยีจากยุโรป ที่แม้แต่โรงไฟฟ้าถ่านหินบางแห่งในเยอรมนียังไม่ใช้ ทำให้ต้นทุนก่อสร้างสูงกว่าที่ประเมินไว้
“โครงการประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะแห่งใหม่ มีการเปิดซองไปเรียบร้อยแล้ว พอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติกรอบการลงทุนก็เดินหน้าต่อไปได้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนต่อรองเงื่อนไขต่างๆ และเซ็นสัญญา หลังผ่านรายงานผลกระทบ สิ่งแวดล้อม คาดว่าจะเริ่มกระบวนการก่อสร้างในไตรมาส 2 ปีหน้า ขอยืนยันว่ากระบวนการโปร่งใส ตรวจสอบได้” วิวัฒน์ ชี้แจง
เหตุผลเพียงพอหรือไม่ โปรดพิจารณา







