
วัสดุก่อสร้างแห่ปูทางชิงยอดรับเศรษฐกิจขาขึ้น
แม้ว่าภาพรวมกำลังซื้อปีนี้จะยังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากกำลังซื้อต่างจังหวัดโดนกระทบจากปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่สูงขึ้น ราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นราคาข้าวและยางพารา รวมไปถึงภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัว แต่การแข่งขันของธุรกิจศูนย์วัสดุก่อสร้างและราคาวัสดุฯ ต่างปรับตัวรับกำลังซื้อที่จะกลับมาจากการกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐ ที่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ โดยเห็นได้ว่าบรรดาผู้ประกอบการต่างงัดกลยุทธ์มาโหมโรงเพื่อฟื้นกำลังซื้อ
แม้ว่าภาพรวมกำลังซื้อปีนี้จะยังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากกำลังซื้อต่างจังหวัดโดนกระทบจากปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่สูงขึ้น ราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นราคาข้าวและยางพารา รวมไปถึงภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัว แต่การแข่งขันของธุรกิจศูนย์วัสดุก่อสร้างและราคาวัสดุฯ ต่างปรับตัวรับกำลังซื้อที่จะกลับมาจากการกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐ ที่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ โดยเห็นได้ว่าบรรดาผู้ประกอบการต่างงัดกลยุทธ์มาโหมโรงเพื่อฟื้นกำลังซื้อ
เริ่มจากบิ๊กวัสดุก่อสร้าง เครือซิเมนต์ไทย นอกจากเป็นผู้นำด้านการผลิตวัสดุก่อสร้าง ยังมาเน้นทำตลาดค้าปลีก รวมไปถึงจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการอสังหาฯ ผลิตวัสดุสำเร็จรูปรับมือความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
นิธิ ภัทรโชค ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ตลาดในประเทศ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในเครือซิเมนต์ไทยหรือเอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทได้วางแผน 3 ปีจากนี้จะร่วมกับร้านผู้แทนจำหน่ายเร่งขยายสาขาร้านวัสดุก่อสร้าง “เอสซีจี โฮม โซลูชั่น” มากขึ้น 5 ปีที่ผ่านมาเปิดไป 24 แห่ง ไตรมาส 4 นี้จะขยายเพิ่ม 9 แห่ง รวมเป็น 33 แห่ง และตั้งเป้าในปี 2560 จะมีร้านโฮมโซลูชั่นเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 80 แห่ง
ทั้งนี้ การขยายสาขาใหม่จะเน้นต่างจังหวัด ปัจจุบันมีรายชื่อผู้ที่สนใจเปิดร้านในมือกว่า 60 ราย มีทั้งร้านที่ก่อสร้างใหม่และปรับโฉมขยายพื้นที่จากร้านผู้แทนจำหน่ายเดิม เงื่อนไขจะต้องมีพื้นที่ร้าน 2,0005,000 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนต่อแห่งเฉลี่ย 100 ล้านบาท โดยการเลือกทำเลเงื่อนไขคือรัศมี 50 กม. จากร้านต้องมีบ้านพักอาศัยไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นหลัง สำหรับคอนเซ็ปต์โฮมโซลูชั่น คือร้านที่ไม่ได้ขายวัสดุเท่านั้น แต่มีคำปรึกษาและบริการครบวงจรที่เกิดมาจากความต้องการของลูกค้าเมื่อต้องปลูกสร้างหรือซ่อมแซมบ้านจะพบปัญหาการหาผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา สถาปนิก ออกแบบ ติดต่อช่าง และบริการหลังการขาย เจาะกลุ่ม เป้าหมายเจ้าของบ้านระดับกลางบน ราคาหน่วยละกว่า 2 ล้านบาทขึ้นไป
“ผลตอบรับที่ผ่านมาน่าพอใจ ร้านผู้แทนจำหน่ายแบบ ดั้งเดิมที่เพิ่งปรับโฉมเป็นโฮมโซลูชั่นปีแรกยอดขายโต 45% ขณะที่บริษัททำยอดขายผ่านร้านโฮมโซลูชั่น 9 เดือนได้ 7,000 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีจะมียอดขาย 1 หมื่นล้านบาท” นิธิ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เร็วๆ นี้ กลุ่มเอสซีจียังประกาศลงทุน อีก 2,600 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตระบบบ้านสำเร็จรูป หรือพรีคาสต์ ที่ จ.สระบุรี และในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช จ.ชลบุรี คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ไตรมาส 2 ปี 2558 ซึ่งจะเป็นการหาพันธมิตรที่เป็นผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่ต้องก่อสร้างบ้าน 50 หลังขึ้นไป เพื่อย่นระยะเวลาก่อสร้างและแก้ปัญหาแรงงานก่อสร้างขาดแคลน
คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์รวมวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจร เปิดเผยว่า ได้ปรับตัวหันมาให้ความสำคัญตลาดบ้านเก่า เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่มียอดซื้อสูงถึง 80% ขณะที่ลูกค้าบ้านใหม่มีสัดส่วน 20% จึงให้ความสำคัญต่อบริการหลังการขายมากขึ้น ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีรายได้จากการให้บริการ 360 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 30% และคาดว่ารายได้กลุ่มดังกล่าวจะโตขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจุบันบริษัทมีเอาต์ซอร์สภายนอกให้บริการหลังการขาย 700 ทีมทั่วประเทศ อาทิ ล้างเครื่องปรับอากาศ ซ่อมและล้างเครื่องซักผ้า ซ่อมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน รวมไปถึงการจัดงานโฮมโปร เอ็กซ์โป ซึ่งเป็นงานลดราคาสินค้าประจำปีที่ผู้บริโภคสนใจ
สำหรับยอดขาย 9 เดือนโต 18% เนื่องจากปีนี้เปิด สาขาใหม่ แบ่งเป็นโฮมโปร 8 แห่ง เมกาโฮม 3 แห่ง และโฮมโปร มาเลเซีย 1 แห่ง เปิดบริการวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ถึงสิ้นปีนี้ โฮมโปรจะมีสาขาโฮมโปรในประเทศ 71 แห่ง มาเลเซีย 1 แห่ง และเมกาโฮม 4 แห่ง ส่วนปี 2558 มีแผนเปิดสาขาโฮมโปร 8 แห่ง เมกาโฮม 4 แห่ง ใช้งบลงทุนรวม 7,0008,000 ล้านบาท ปีนี้บริษัทตั้งเป้า ยอดขาย 4.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนมียอดขาย 4 หมื่นล้านบาท
ด้าน เคร็ก เม็กเคคเริร์น กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) ผู้ผลิตสุขภัณฑ์และวัสดุตกแต่งจากญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างเริ่มดีขึ้น คาดว่าจะเห็นชัดปีหน้า ที่ผ่านมาได้ใช้งบ 45 ล้านบาท เปิดโชว์รูมลิกซิล 2,200 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (ซีดีซี) รวมสินค้าในเครือลิกซิลมาเสนอรูปแบบโซลูชั่นที่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้ในที่เดียว การมีโชว์รูมใหม่ที่แสดงสินค้าเป็นเซตน่าจะทำให้บริษัทเพิ่ม สัดส่วนงานโครงการแซงลูกค้ารายย่อยได้จากปัจจุบันลูกค้ารายย่อยและโครงการยังมีสัดส่วนเท่ากัน
“เดิมสินค้ากลุ่มสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำแบรนด์อเมริกัน สแตนดาร์ดเป็นแม่เหล็กใหญ่ดึงดูดลูกค้างานโครงการ การมีโชว์รูมใหม่ที่จัดแสดงสินค้าเป็นเซตได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสขยายตลาดงานโครงการ อนาคตสัดส่วนยอดขายงานโครงการน่าจะแซงลูกค้ารายย่อย จากปัจจุบันมีสัดส่วนเท่ากัน” เคร็กกล่าว
เหล่านี้คือกลยุทธ์การปรับตัวของผู้ประกอบการวัสดุและศูนย์วัสดุก่อสร้าง เพื่อชิงกำลังซื้อและรับกับเศรษฐกิจขาขึ้น ที่คาดว่าจะเห็นได้ชัดในปีหน้า







