
วิริยะเมินเบี้ยเมกะโปรเจกต์
หวั่นได้ไม่คุ้มเสียเป็นแค่ตัวกลางคาดปีหน้าเบี้ยทรัพย์สินลงอีก10%
หวั่นได้ไม่คุ้มเสียเป็นแค่ตัวกลางคาดปีหน้าเบี้ยทรัพย์สินลงอีก10%
วิริยะไม่สน เบี้ยเมกะโปรเจกต์ ชี้ได้ไม่คุ้มเสีย ชี้ปีหน้าเบี้ยทรัพย์สินลดลงอีก 10%
นายอานนท์ โอภาสพิมลธรรม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทไม่มีนโยบายที่จะเข้าไปแข่งขันหาเบี้ยประกันจากโครงการขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลที่จะเริ่มในปีหน้า เนื่องจากเห็นว่ามีความเสี่ยงสูง หากได้งานมาบริษัทก็ต้องหาทางส่งงานต่อไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อต่างชาติหรือรีอินชัวเรอส์แทน ไม่สามารถรับงานเองไว้ได้ทั้งหมด ผลตอบแทนที่ได้จึงไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ หากบริษัทรีอินชัวเรอส์รายนั้นมีปัญหาเกิดขึ้น ดังนั้นจึงเน้นจับกลุ่มลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กรเป็นหลักดีกว่า
อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปีหน้าเบี้ยประกันภัยทรัพย์สินจะปรับตัวลดลงอีก 10% เป็นผลมาจากการแข่งขันที่ยังรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งหากเป็นบริษัทประกันขนาดใหญ่จากต่างประเทศจะมีความได้เปรียบบริษัทประกันในไทย เนื่องจากมีต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำกว่าและในช่วง 2 ปีที่ผ่านตลาดประกันภัยทรัพย์สินทั่วโลกก็เกิดความเสียหายน้อย แต่ไทยก็ยังคงถูกจับตามองอยู่เป็นพิเศษ เนื่องจากมีปัจจัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
“ก่อนเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 เบี้ยประกันภัยทรัพย์สินอยู่ที่ 0.08% แต่หลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2255 ก็ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 0.13% และเมื่อปี 2556 ก็ปรับลดลงเหลือ 0.12% พอมาถึงปีนี้ก็ปรับลดลงอีก 0.11% ซึ่งก็คาดว่าปีหน้าเบี้ยคงลงอีก แต่ยังคงมีการแยกสัญญาประกันภัยธรรมชาติออกมาเหมือนเดิม” นายอานนท์ กล่าว
นายอานนท์ กล่าวถึงเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์หรือนันมอเตอร์ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ว่า เบี้ยนันมอเตอร์ของบริษัทมีอัตราติดลบไป 11.4% หรือได้เบี้ย 2,157 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากยอดขายรถจักรยานยนต์ที่ลดลงอย่างมากในปีนี้ ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยรถจักรยานยนต์หายปรับตัวลดลงตามไปด้วย เนื่องจากมีสัดส่วนมากถึง 25-30% ของเบี้ยนันมอเตอร์ ขณะที่เบี้ยประกันสุขภาพและเบี้ยประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) ยังคงเติบโตได้ 3-4%
ทั้งนี้ คาดว่าในปีหน้ายอดขายเบี้ยประกันภัยรถจักรยานยนต์หาย จะฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และส่งผลให้กำลังซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่กลับมาเติบโตได้ อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงเน้นเบี้ยรถยนต์เป็นหลัก และยังมีฐานลูกค้าที่ต้องดูแลถึง 4 ล้านคัน
สำหรับสิ้นปีนี้คาดว่าเบี้ยนันมอเตอร์จะทำได้ตามเป้าที่ 2,990 ล้านบาท หรือเติบโต 5-7% และเบี้ยรถยนต์ทำได้ 3.2 หมื่นล้านบาท รวม 3.5 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 3%







