posttoday
หุ้นไทยปีหน้ากำไรน้อย

หุ้นไทยปีหน้ากำไรน้อย

23 พฤศจิกายน 2557

“นายไพบูลย์ นลินทรางกูร” นายกสมาคมนักวิเคราะห์และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ประเมินว่า

“นายไพบูลย์ นลินทรางกูร” นายกสมาคมนักวิเคราะห์และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ประเมินว่า โอกาสที่ดัชนีจะเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันมีไม่มาก น่าจะประมาณ 510% หรือดัชนี 1,700 จุด ทั้งนี้เนื่องจากประเมินภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ด้วยข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมี 4 ข้อ คือ เป็นรัฐบาลเฉพาะกาล แสดงจุดยืนชัดเจนจะไม่ดำเนินนโยบายประชานิยม กรอบวงเงินงบประมาณปี 2558 ที่วางไว้ มีการเติบโตเพิ่มจากงบปี 2557 ไม่สูงนัก และภารกิจหลักของรัฐบาลมีจุดมุ่งหมายในการวางรากฐานปฏิรูปประเทศ ทำให้ไม่อยู่ในวิสัยจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก

นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าทีมวิจัยลูกค้าบุคคล บล.ภัทร ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2558 จะเติบโต 3% และเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 3.7% เทียบกับปีนี้ 0.8% ทั้งนี้เพราะปัจจัย 6 ด้านหลัก คือ การที่ไทยยังต้องใช้งบประมาณขาดดุลแค่ปีนี้ตั้งไว้ขาดดุล 2.5 แสนล้านบาท ยังขาดดุลถึง 3 แสนล้านบาท และปี 2558 ก็ตั้งขาดดุลที่ 2.5 แสนล้านบาทเช่นกัน ทำให้เห็นว่ารัฐไม่สามารถจัดเก็บรายได้ได้ การใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือในทุกด้าน การส่งออกที่ยังไม่ดี ราคาสินค้าเกษตรที่ยังไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลต่อกำลังซื้อและการบริโภคที่น้อยลง การมีหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 83% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และค่าเงินสหรัฐที่แข็งค่า

“ปัจจัยการเติบโตของเศรษฐกิจอาจเติบโตได้ช้า จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวแบบวีเชฟเป็นแบบรูปตัวแอล การบริโภคอาจเติบโตได้ช้ากว่าที่คิด การกระตุ้นเศรษฐกิจทำได้ยาก และมองว่าตลาดหุ้นจะมีการเติบโตไม่มาก” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองว่า เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และหุ้น จะมีโอกาสปรับขึ้นเล็กน้อยจากปีนี้ ประเมินดัชนีปีหน้า 1,650 จุด ที่ระดับอัตรา พี/อี 14 เท่า อัตราการเติบโตของกำไร บจ.ปีหน้า 17% จากปีนี้ 6% และสิ่งที่ต้องระวังคือ หุ้นไทยเริ่มมี พี/อี ที่แพงกว่าอินโดนีเซีย ซึ่งตามปกติไม่ใช่

กำไร บจ.ไตรมาส 3 เพิ่มน้อย

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน 494 บริษัท มีกำไรสุทธิไตรมาส 3 รวม 194,851 ล้านบาท ลดลง 5.17% และมีขายเท่ากับ 2,895,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.29% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ 1.23 เท่า สำหรับงวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 614,407 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.23% มียอดขายรวม 8,580,260 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.10% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมกำไรจากรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานในปี 2556 จะทำให้กำไรสุทธิงวด 9 เดือนของปี 2557 เพิ่มขึ้น 11.22% ภาพรวมยอดขายไตรมาส 3 ปีนี้ของบริษัทใน ตลท.ยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และช่วยให้ยอดขายสะสม 9 เดือนเติบโตเช่นเดียวกัน

บจ.เอ็มเอไอกำไรพุ่ง 160%

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในเอ็ม เอ ไอ จำนวน 108 บริษัท จาก 109 บริษัท นำส่งงบการเงินไตรมาส 3 ปีนี้ มีกำไรสุทธิรวม 1,369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 160.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นจากแรงหนุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,579.20 จุด เพิ่มขึ้น 0.21% จากสัปดาห์ก่อนมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 11.28% จากสัปดาห์ก่อนมาที่ 46,683.38 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ปิดที่ 742.19 จุด ลดลง 1.26% จากสัปดาห์ก่อน

‘แอ๊ด’ รวยหุ้นคาราบาว 4,598 ล้าน

บริษัท คาราบาวกรุ๊ป (CBG) นำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 21 พ.ย. 2557 ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี โดยราคาหุ้นปิดที่ 32.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท คิดเป็น 16.07% เทียบกับราคาขายประชาชนที่ 28 บาท

ราคาหุ้นที่ระดับ 32.50 บาท ส่งผลให้หุ้นที่นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว และภรรยา ถืออยู่จำนวน 141.50 ล้านหุ้น มีมูลค่าเป็น 4,598.75 ล้านบาททันที และหากเทียบกับต้นทุนมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท นายยืนยงจะมีกำไรถึง 4,457.25 ล้านบาท

นายยืนยง มาร่วมงานในพิธีนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดวันแรก กล่าวว่า วันนี้ถึงฝันแล้วแต่ต้องล่าฝันต่อไป เพราะเมื่อเป็นบริษัทมหาชนก็ต้องเดินหน้าในการทำธุรกิจเพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด

“รู้สึกพอใจกับราคาหุ้น เพราะเป็นการสะท้อนว่าธุรกิจของคาราบาวเป็นที่ยอมรับของประชาชน จากนี้ไปมีเป้าหมายจะพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นทุกราย” นายยืนยง กล่าว

นายยืนยง กล่าวว่า เป็นคนไม่เล่นหุ้นและไม่รู้เรื่องหุ้น แต่พอใจและยังมุ่งมั่นในการทำธุรกิจเพื่อให้เติบใหญ่ไปข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม การซื้อขายหุ้นคาราบาวในกระดานต่างประเทศ (CBGF) ผิดปกติ โดยราคาหุ้นปิดที่ 1 บาทเท่านั้น

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลท. ชี้แจงว่า กระดานต่างประเทศมีปริมาณการซื้อขายน้อย เมื่อมีคนตั้งราคารับซื้อที่ราคาต่ำสุด (ฟลอร์) ตั้งแต่เช้า ขณะที่มีคนมาขายในราคาตลาด (ขายทุกราคา) ก็ทำให้เกิดรายการซื้อขายหุ้นขึ้นมาที่ 1 บาท

มาร์เก็ตติ้ง ชี้อแจงว่า ราคาปิด 1 บาท เกิดขึ้นมาเพราะคำสั่งขายอัตโนมัติในราคาตลาด ระบบจะจับคู่ซื้อขายขึ้นในคำสั่งซื้อขายสูงสุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท