
ธปท.เดินหน้ากล่อมสหกรณ์เข้าเครดิตบูโร
ธปท.จับมือ 2 องค์กร ต้อนสหกรณ์ออมทรัพย์เข้าเครดิตบูโร หวังเพิ่มประสิทธิภาพปล่อยสินเชื่อ
ธปท.จับมือ 2 องค์กร ต้อนสหกรณ์ออมทรัพย์เข้าเครดิตบูโร หวังเพิ่มประสิทธิภาพปล่อยสินเชื่อ
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ ธปท.ร่วมกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะจัดสัมมนาเรื่อง "สหกรณ์ยุคใหม่ ก้าวไกลด้วยข้อมูลเครดิต" โดยเชิญชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์ออมทรัพย์เข้าร่วมประชุมหารือเพื่อผลักดันให้สหกรณ์ออมทรัพย์เข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโร
ทั้งนี้ ธปท.เล็งเห็นความสำคัญในการให้สหกรณ์ออมทรัพย์เข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโร เพื่อที่จะได้มีข้อมูลประวัติการขอสินเชื่อที่ครบถ้วน โดยปัจจุบันสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งระบบมียอดเงินให้กู้ยืมคงค้างรวมกว่า 1.5 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และยอดเงินดังกล่าวยังคิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของหนี้ครัวเรือนทั้งระบบ
นอกจากนี้ หากสหกรณ์ออมทรัพย์เข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโร จะทำให้สหกรณ์มีข้อมูลประวัติการขอสินเชื่ออื่นๆ ของผู้กู้ ที่สามารถนำไปวิเคราะห์การปล่อยสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่การป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับเงินฝากของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ได้
สำหรับการสัมมนาวันที่ 28 พ.ย.นี้ จะมีสหกรณ์ออมทรัพย์ 4 แห่ง ที่จะนำร่องลงนามสมัครเป็นสมาชิกบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ สป. สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ และสหกรณ์อิสลามอิบนูอัฟฟาน
นายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) กล่าวว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ไม่เห็นประโยชน์ในการเข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโร เนื่องจากปัจจุบันการปล่อยสินเชื่อมีระบบที่ดีและไม่มีความเสี่ยง เพราะมีทั้งคนค้ำประกันและใช้หุ้นค้ำประกัน รวมทั้งจะปล่อยสินเชื่อเฉพาะสมาชิก ทำให้ที่ผ่านมามีปัญหาหนี้เสียเพียง 0.1% เท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าถ้าสหกรณ์ออมทรัพย์เข้าเป็นสมาชิกเครดิต บูโร จะต้องนำข้อมูลสมาชิกที่กู้เงินทั้งหมดส่งให้กับเครดิตบูโร อาจจะทำให้สมาชิกฟ้องร้องสหกรณ์ได้ เพราะว่าไม่ได้อนุญาตให้นำข้อมูลไปเปิดเผย รวมทั้งการเป็นสมาชิกจะต้องให้สมาชิกสหกรณ์ทั้งหมดมาเซ็นอนุญาต ทำให้มีขั้นตอนการทำงานมากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายการเป็นสมาชิกด้วย เพราะแม้ว่าจะมีการยกเว้นค่าใช้จ่ายถึงปี 2559 แต่ในอนาคตก็ต้องมีการ คิดค่าใช้จ่าย รวมทั้งเกรงว่าการเข้า เครดิตบูโรจะทำให้ธนาคารพาณิชย์เข้ามา ล้วงข้อมูลความลับลูกค้าของสหกรณ์ออมทรัพย์ได้







