
สมหมายเมินถลุงทุนสำรองฯ
ยันไม่คิดตั้งกองทุนไว้ลงทุนรถไฟทางคู่เลื่อนชงภาษีที่ดินเข้าครม.ไปต้นปีหน้า
ยันไม่คิดตั้งกองทุนไว้ลงทุนรถไฟทางคู่เลื่อนชงภาษีที่ดินเข้าครม.ไปต้นปีหน้า
สมหมาย ยันไม่เคยคิดใช้ทุนสำรองฯ ไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ภาษีที่ดินเลื่อนเข้า ครม.
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ยืนยันว่าไม่มีแนวคิดจะนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาตั้งกองทุนและนำไปใช้เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา โดยการเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟทางคู่ จะใช้วิธีการตั้งงบประมาณหรือกู้เงินบาทมาลงทุน ซึ่งจะทำให้ต้องซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ทำให้มีการนำเงินบาทไปแลกเป็นเงินตราต่างประเทศเพื่อนำไปชำระสินค้า เท่ากับเป็นการใช้เงินทุนสำรองของประเทศโดยอัตโนมัติผ่านการลงทุน
สำหรับความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเดือน ม.ค. 2558 สาเหตุที่เสนอ ครม.ไม่ทันเดือน ธ.ค. เพราะต้องพิจารณาเรื่องการคืนความสุขให้กับประชาชน ซึ่งกระทรวงการคลังมีของขวัญให้ 3 เรื่อง คือ การปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ และอีกสองเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณา
ทั้งนี้ การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้มีการกำหนดเพดานภาษี ได้แก่ พื้นที่สำหรับเพาะปลูกทำการเกษตรไม่เกิน 0.5% พื้นที่สำหรับอยู่อาศัยไม่เกิน 1% พื้นที่สำหรับเพื่อการพาณิชย์ไม่เกิน 4% และพื้นที่รกร้างว่างเปล่าไม่เกิน 4% แต่อัตราเก็บจริงจะต่ำกว่าเพดานที่กำหนด แต่ในส่วนที่ดินรกร้างว่างเปล่าจะกำหนดเวลาให้ใช้ประโยชน์ภายใน 3 ปี หากไม่ใช้ประโยชน์จะเพิ่มอัตราให้สูงขึ้น
ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานฐานะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า อยู่ที่ระดับ 1.592 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.228 ล้านล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่ระดับ 32.80 บาท/เหรียญสหรัฐ ลดลง 500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.64 หมื่นล้านบาท จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่มี 1.597 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.252 ล้านล้านบาท
ขณะที่ฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิ (Forward) อยู่ที่ระดับ 2.41 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 300 ล้านเหรียญสหรัฐ จากสัปดาห์ก่อนหน้า ส่งผลให้ทุนสำรองฯ สุทธิอยู่ที่ระดับ 1.833 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
รายงานข่าวจากนักค้าเงิน ระบุว่า สาเหตุที่ทุนสำรองฯ ลดลง แต่ลดลงไม่มากเพียง 500 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น อาจมาจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์ที่ถืออยู่ในรูปสกุลเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้น จากการที่เงินเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ตามเศรษฐกิจสหรัฐที่เข้มแข็งขึ้น หรืออาจจะลดลงเพราะ ธปท.ทยอยปล่อยสภาพคล่องเงินเหรียญสหรัฐในทุนสำรองฯ ออกมาดูแลไม่ให้เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนอ่อนค่าลงมากเกินไปจนกระทบต่อภาคธุรกิจ







